SEO Guide ในปี 2019 ที่คุณต้องรู้

SEO Guide ในปี 2019 นี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบ้าง อะไรที่เป็นแนวโน้มสำหรับการทำ SEO ในปี 2019 นี้ และในปี หน้า 2020 ผมได้เก็บรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อที่จะเอามาไว้ในบทความเดียว ซึ่งจะทำให้ง่ายในการอ่าน และไม่ต้องไปศึกษาที่ไหนเพิ่มอีก โดยบทความนี้เป็นความเข้าใจของผมเอง และไม่ได้รับประกันว่าจะถูกต้องทั้งหมด ถ้าหากท่านผู้อ่านเห็นว่า ไม่ถูกต้องหรือน่าเชื่อถือก็กราบขออภัยมานะที่นี้ด้วย หรือมีอะไรแนะนำติชมก็ช่วยคอมเม้นต์ไว้ที่ด้านล่างให้ด้วยครับ ขอบคุณมาก

Guide สำหรับ On page SEO ในตอนต้นจะขอกล่าวถึงเรื่องนี้ก่อนเพราะเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และสามารถจัดการให้มีประสิทธิภาพได้มากกว่า

สำหรับเทร็นด์ในการทำ SEO ในปีนี้นั้นก็จะมีหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงและทางอ้อมในการทำ SEO โดยผมจะเรียงจากสิ่งที่มีผลกระทบมาก ไปน้อยตามลำดับความสำคัญก่อนแล้วกันเรามาเริ่มกันเลย

รับทำ SEO ขอนแก่น



RankBrain และ User experience 

เป็นสิ่งที่จะมีผลกระทบมากที่สุดในการทำ SEO ในปี 2019 นี้โดย Google พยายามเน้นในส่วนของ User experience ในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณโดยหัวใจหลักคือ ผู้ใช้งาน หรือผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ ต้องทำให้ผู้ใช้งานนั้นได้รับประสบการการใช้งานที่ดีที่สุด หมายถึงอะไร ? หมายถึงว่าเมื่อผู้ใช้งานเข้าไปยังเว็บไซต์ของเราแล้ว เขาจะต้องได้ในสิ่งที่เขากำลังหาอยู่

และสิ่งที่อยู่ในนั้นต้องตอบคำถามในสิ่งที่เขากำลังค้นหาให้มากที่สุด เช่นผู้ใช้งานค้นหาคำว่า โรงแรมขอนแก่น เพราะเขาต้องการที่จะจองโรงแรมที่พักในจังหวัดขอนแก่น สิ่งแรกที่เราจะต้องให้ลูกค้าเห็นคือ ห้องพักของเรา ราคาห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ตั้ง ตามลำดับไม่ใช่ไปขายแนวคิด หรือจุดขายอื่นๆที่เขาไม่ต้องการ หาที่พัก ต้องได้ที่พัก ไม่ใช่วาเราเอารายละเอียดที่พักไปอยู่ช่วงกลางๆของเว็บไซต์ หรือผู้ใช้ไม่มีเวลาเข้ามาดูโชว์แอนนิเมชั่นที่อยู่หัวเว็บของคุณหรอก เขาไม่สนใจและยังคิดว่ามันรกเกะกะเสียด้วยซ้ำ แถมยังทำให้หน้าเว็บโหลดช้าอีก ถ้าลองคิดว่าเป็นคุณ คงไม่แคล้วกด Back เพื่อกลับไปดูผลการค้นหาอันดับอื่นๆเป็นแน่ นั่นส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเว็บไซต์ของคุณ ข้อย้ำว่า “ใหญ่หลวง” เพราะว่าระบบ AI ของกูเกิลที่เรียกว่า RankBrain จะทำการ”ลดอันดับ” ของเว็บไซต์ของคุณในผลการค้นหาคีย์เวิร์ดนี้ในครั้งต่อไป ในทันที

โดยเจ้า RankBrain นี่จะใช้ 2 สิ่งในการที่จะประเมินเว็บไซต์ของคุณว่าเว็บไซต์ของคุณควรอยู่ตำแหน่งไหน คือ  เวลาที่อยู่บนหน้าเว็บ  กับ CTR
ง่ายๆ ถ้าผู้เยี่ยมชมเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ แล้วอยู่ในหน้านั้นนานกูเกิลจะมองว่า  หน้านั้นต้องดีมีคุณภาพแน่นอน การที่อยู่ในหน้านั้นนาน อาจจะเกิดจากผู้เยี่ยมชมกำลัง อ่านหรือดูหน้าเว็บของคุณอยู่อย่างตั้งใจเพราะเนื้อหาในหน้านั้นดีมีคุณภาพ ส่วน CTR คืออัตราการคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณจากหน้าผลการค้นหา ถ้ามีคนคลิกเข้ามาเยอะก็แสดงว่าเว็บไซต์ของคุณต้องมีเนื้อหาที่ดีน่าสนใจ ดังนั้นด้วยปัจจัยทั้ง 2 ข้อนี้จึงทำให้ กูเกิล RankBrain เพิ่มอันดับให้เว็บไซต์ของคุณให้อยู่ในอันดับที่ดี

CTR Click Through Rate


 การเพิ่ม CTR นั้นมีความสำคัญอย่างมากสืบเนื่องมาจาก RankBrain นั่นเองที่ทำให้คุณจำเป็นที่จะต้องหาทางเพิ่ม ของเว็บไซต์ของคุณ แล้วการที่จะเพิ่ม CTR หรือ Click Through Rate นั้นสามารถทำได้อย่างไร

การที่จะเพิ่ม CTR นั้นมีหลายปัจจัยแต่สรุปสั้นๆเข้าใจง่ายก็คือทำอย่างไรที่จะทำให้คนสนใจคลิกลิงค์ของเว็บไซต์ของเรา คุณจะเห็นได้ว่าในหน้าผลการค้นหาของกูเกิลนั้นจะประกอบไปด้วย ผลการค้นหาของเว็บไซต์ในคีย์เวิร์ดต่างๆ เรียงลำดับกันขาก อันดับ 1 ถึง 10 จะเห็นได้ว่าผลการค้นหานั้นจะนำเอาข้อมูลจากเว็บเรา 2 ส่วนมาใช้ในการแสดงในหน้าผลการค้นหา ได้แก่ Title หรือหัวข้อบทความนั่นเอง ต่อมาก็คือ Description  ซึ่งเป็นข้อความจากพารากราฟแรกในบทความของเรา


SEO Guide ในปี 2019


Title และ Description นี่คือสิ่งที่คุณมีซึ่งทั้ง Title และ Description นี่คุณสามารถปรับแต่งได้ที่เว็บไซต์ของคุณเอง คุณสามารถทำการเลือกใช้คำที่ดึงดูด น่าสนใจ โน้มน้าว อย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ผู้ใช้งานคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ โดยมีเงื่อนไขว่า ในนั้นต้องมีคีย์เวิร์ดที่เราต้องการทำอันดับ อยู่ในนั้นด้วย ขอนี้สำคัญมากและTitle ไม่ควรมีความยาวเกิน 60 ตัวอักษร เพราะผลการค้นหา แสดงได้แค่นั้นเกินไปก็ไม่มีประโยชน์ กลับจะส่งผลเสียด้วยซ้ำ แล้วคำถามว่าเราจะตั้ง Title อย่างไรเพื่อให้ ดึงดูดและน่าสนใจ

ตามที่กล่าวมาด้านบน วิธีง่ายๆ คือลองศึกษาจากการค้นหาในคีย์เวิร์ดต่างๆ แล้วศึกษาถึงการใช้คำของพวกเขาว่าเว็บไซต์อื่นเขาใช้คำแบบใด โดยคุณคิดว่าลิงค์แบบไหนที่คุณได้อ่านแล้วต้องการคลิกเข้าไปดูทันทีหลังจากที่ได้อ่าน แล้วนำมาปรับใช้กับการเขียน Title ในบทความของคุณ นอกจาก Title แล้วในส่วนของ Description ก็สำคัญเช่นกันโดยหลักการเขียน Description ที่ดีนั้นคือ

สรุปสิ่งที่อยู่ในหน้านั้นให้ผู้อ่านได้ทราบว่า หน้านั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร มีเนื้อหาชวนให้คลิกเช่นอ่านต่อ เรียนรู้เพิ่มเติม อย่าใช้สัญลักษณ์ในข้อความ เพราะเสิร์จเอนจิ้นไม่เข้าใจ และอย่าสรุปเนื้อหาทั้งหมด ควรเขียนข้อความให้คนเข้ามาอ่านต่อ และต้องเป็นสำนวนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากคู่แข่ง โดยวิธีการเขียน Description ที่ดีนั่นคือการฝึกจากการค้นหาและเลือกว่า แบบไหนที่คุณได้อ่านปุ๊บแล้วถูกใจจนอยากคลิกเข้าไปดูแล้วนำมาปรับใช้

นอกจากวิธีดังกล่าวแล้วคุณยังสามารถใช้งาน Featured Snippet โดยการใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในเว็บไซต์ของคุณเพื่อที่จะให้ Search Engine ทำการเก็บข้อมูลและนำเอามาแสดงบนผลการค้นหา ซึ่งหากคุณสามารถแสดงผล Featured Snippet ได้จะเป็นการเพิ่ม CTR ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ถึง 26% เลยทีเดียว ซึ่งการทำ Featured Snippet นั้น Google ก็ได้มีเอกสารแนะนำอยู่โดยคุณนั้นสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้เลย

บทความภายในเว็บไซต์ 


ก็มีความสำคัญสำคัญมากเช่นกัน  โดยบทความนั้นไม่ว่าจะเป็น บล็อก หรือบทความเผยแพร่ต่างๆนั้นควรที่จะมีการอัพเดทอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งโดยบทความนั้นจะต้องเขียนในหัวข้อที่เกี่ยวของกับเว็บไซต์ของเราหรือใช้คีย์เวิร์ดที่เราต้องการที่จะทำอันดับในคำค้นนั้นๆ เช่นเว็บไซต์เราเป็นเว็บไซต์ของโรงแรม และให้บริการห้องพักในจังหวัดขอนแก่น บทความที่เราควรเขียนนั้นควรเกี่ยวกับ โรงแรม ที่พัก หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ธุรกิจเราตั้งอยู่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้า

จากการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมของเรา บทความควรจะเป็นในแนว “โรงแรมที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น” “รวมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น” หรือบทความอื่นๆที่ใกล้เคียง และมีเงื่อนไขว่าบทความนั้น จะต้องมีความยาวอย่างน้อย 1200 คำหรือมากกว่า  โดยบทความยิ่งยาวจะยิ่งดีโดยความยาวบทความที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 2000-5000 คำนั้นจะสามารถทำอันดับได้ดีมากกว่าบทความที่สั้น

เพราะว่ากูเกิลชอบบทความที่ยาวๆ มีการใส่คำคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียงลงในบทความเพื่อหวังผลจากการค้นหาด้วยคำที่ยาวๆ เช่น “เที่ยวขอนแก่น” แทนที่เราจะใช้ คีย์เวิร์ดนี้ทั้งบทความเราอาจจะเลี่ยงใช้คำอื่นๆที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เพื่อที่จะหวังผลจากคีย์เวิร์ดใกล้เคียงเช่น ”สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น”  และบทความควรจะเขียนให้ครอบคลุมถึง คำค้นที่ เกี่ยวข้องโดยเราจะหาได้จากหน้าผลการค้นหา ด้านล่างสุด

การเขียนบทความเพื่อ SEO

และมีการนำคำพวกนี้มาใช้ในบทความไม่เกิน 2ครั้งในบทความจะเหมาะสมที่สุด และการเขียนบทความที่ดีนั้นควรที่จะเขียนเหมือนคนรู้ลึก รู้จริงในสิ่งที่เราเขียนอยู่ เช่นการเขียนบรรยายสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเอ่ยถึงในบทความของเรานั้นเราต้องเคยไปจริงๆ หรือมีการศึกษาข้อมูลสถานที่นั้นจริงๆ บทความจะลงลึกน่าอ่านและข้อมูลในบทความก็จะเป็นข้อมูลเชิงลึกจริงๆ ซึ่งกูเกิลโปรดปรานข้อมูลประเภทนี้เป็นที่สุด และข้อสุดท้าย พยายามเขียนบทความที่อยู่ได้นาน ไม่ตกเทร็นด์เร็วเกินไป หรือเป็นบทความที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่เดือนคนก็ยังจะหาอ่านบทความแระเภทนี้ อยู่เสมอๆนั่นเอง

โครงสร้างของเว็บไซต์ 


เว็บไซต์ของเรานั้นก่อนที่จะมีการเปิดตัวเว็บไซต์  เราจะต้องวางโครงสร้างของเราให้รองรับการทำ SEO เสียก่อนโดยหรือในกรณีที่เรามีเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องปรึกษาผู้ให้บริการรับทำ SEO แนะนำในการวางโครสร้าง หรือปรับแก้โครงสร้างของเว็บไซต์ให้รองรับ หรือเหมาะสมตามโครงสร้างที่ Search Engine วางไว้ให้ครบทุกข้อ ซึ่งผู้ให้บริการ SEO สายเทคนิคัลจะให้คำแนะนำที่ดีให้กับคุณได้

เพราะในจุดนี้คุณไม่สามารถแก้ไขต่างๆได้เองอยู่แล้ว การปรับแต่งเว็บไซต์นั้นเป็นการทำงานที่ค่อนข้างจะใช้เทคนิคค่อนข้างสูงและมีรายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างมาก งานส่วนมากเป็นการแก้โค้ด HTML PHP หรืออื่นๆที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ของเรา เว็บไซต์ในปัจจุบันนี้ จะต้องรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนกันหมดแล้ว และ กูเกิลเองก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ดังนั้นจำเป็นมากเหลือเกินที่จะต้องมีการทำให้เว็บไซต์นั้นรองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ

ทำไมถึงต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ออกแบบเว็บไซต์ เพราะว่าหากคุณไปจ้างบริษัทออกแบบเว็บไซต์ คุณจะได้เว็บไซต์ที่ถูกใจคุณ สวยงามตามที่คุณต้องการ แต่ส่วนมากไม่รองรับ SEO 100 % จะต้องมีการแก้เล็กๆน้อยๆเพื่อให้เหมาะสมกับที่ กูเกิลได้ให้แนวทางไว้ โดยรายละเอียดส่วนนี้ในบทความนี้เราจะไม่ได้อธิบายไว้เพราะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นไปในเชิงเทคนิคและ เป็นเทคนิคของนักทำ SEO ของแต่ละราย SEO Specialist แต่ละรายจะสามารถให้คำแนะนำในการวางโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีให้กับคุณได้ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณนั้นสามารถทำอันดับได้ดีในผลการค้นหาได้

เราแนะนำให้คุณศึกษา บทความ สิ่งที่ต้องรู้เมื่อคิดจะจ้างทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ
และ SEO คืออะไร ?













No comments:

Post a Comment

Pages