SEO คืออะไร ?

October 01, 2021

SEO คืออะไร ?


SEO ย่อมาจาก (Search engine optimization) คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ เซิร์จเอนจิ้น เพื่อเพิ่มอันดับผลการค้นหาของเว็บไซต์ของคุณให้อยู่ในอันดับที่ดีที่สุด โดยการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้ ใช้งานได้สะดวก เร็ว และเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย เพื่อให้ตรงกับมาตราฐานที่ Search Engine ได้กำหนดไว้ โดยในการจัดอันดับเว็บไซต์ว่าเว็บไหนสมควรอยู่ในอันดับที่เท่าไรนั้น จะมีเงื่อนไขต่างๆที่ใช้ในการพิจารณาถึง 200 เงื่อนไข เพื่อพิจารณาเว็บไซต์ที่ดีที่สุด ตรงกับที่ผู้ใช้งานมากที่สุด แล้วเรียงลำดับลงไป

ทำไมการทำ SEO จึงสำคัญ


ในปัจจุบันนี้มีการใช้งาน Search Engine และเครื่องมือค้นหาต่างๆในการหาข้อมูลจำนวนมาก โดยใช้ในการหาข้อมูลร้านค้า สินค้า หรือบริการ ที่กำลังสนใจอาทิเช่น การจองโรงแรมเพื่อไปเที่ยวพักผ่อน หรือ หาดูโทรศัพท์มือถือว่ารุ่นไหนดี ราคาถูก ซึ่งหากคุณเป็นเจ้าของกิจการแล้วต้องการที่จะเพิ่มยอดขายโดยใช้ช่องทางนี้ในการทำธุรกิจ จึงจำเป็นมากที่จะต้องใช้บริการ รับทำ SEO โดยจะขอแจกแจงข้อดีของการทำ SEO มาเป็นข้อๆดังนี้

ข้อดีของการทำ SEO

  1. ผู้ใช้มักคลิกที่ผลการค้นหา อันดับ 1-5 มากกว่านั่นหมายถึงถ้าเว็บไซต์ธุรกิของคุณอยู่อันดับต่ำกว่านั้นการคลิกเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณก็น้อยลงกว่าอันดับดังกล่าว
  2. การทำ SEO ไม่ใช่เพี่ยงแค่ทำให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับต้นๆเท่านั้น การทำ SEO ยังทำให้ผู้ใช้งานมีความพึงพอในในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณอีกด้วย เพราะการออกแบบโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีนั้น อยู่ในเงื่อนไขอันดับต้นๆ ของการทำ เอส อี โอ
  3. ผู้คนให้ความเชื่อถือใน เครื่องมือค้นหาว่าจะให้ผลการค้นหาที่ดีกับผู้ใช้งาน ดังนั้นจึงเป็นการสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเว็บไซต์ของคุณด้วย
  4. ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณ อยู่เหนือคู่แข่ง ในกรณีคุณกับคู่แข่งขายสินค้าชนิดเดียวกัน ถ้าเว็บไซต์ของคุณสามารถทำอันดับได้ดีกว่าคู่แข่ง ยอดขายของคุณก็จะมากกว่าคู่แข่งอีกด้วย



ทำ SEO Vs ลงโฆษณา PPC มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

October 01, 2021


การเพิ่มทราฟฟิคให้เว็บไซต์นั้นสามารถทำได้หลายทางตั้งแต่การจ่ายเงินเพื่อลงโฆณาให้คนเข้ามาเยี่มชมเว็บไซต์ของเรา หรือการทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์ทำอันดับดีๆแล้วให้ผู้เยี่มชมเข้ามาเว็บไซต์ของเรานั้น มีข้อดีข้อเสีบแตกต่างกัน วันนี้ เราจะมาว่าถึงขอดี และ ข้อเสีย ของการเพิ่มทราฟฟิคระหว่าง SEO และ PPC กัน



ข้อดีของ PPC

  • สะดวกรวดเร็ว ลงโฆษณาแล้วมีทราฟฟิคในทันที
  • เลือกกลุ่มเป้าหมายได้ ปรับแต่งโฆษณาได้ทุกกลุ่ม อย่างละเอียด
  • ได้ผลตอบแทน $3 เหรียญ ในทุกๆ $1 เหรียญที่จ่ายลงโฆษณา

ข้อดีของ SEO

  • สร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ในระยะยาว
  • ให้ทราฟฟิคที่คงที่ยั่งยืน เรื่อยๆ แม้หยุดทำ SEO แล้ว
  • มีราคาถูกกว่า PPC


จะเห็นได้ว่าทั้งคู่มีข้อดีแตกต่างกัน ทางเว็บเราแนะนำในช่วงแรกให้ใช้ PPC ร่วมกับ SEO หลังจากที่เว็บไซต์สามารถทำอันดับได้แล้วจึงสามารถถอน PPC หรือลดสัดส่วนลง จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเดินต่อได้อย่างราบรี่น


รับทำ SEO ขอนแก่น

Google Algorithm คืออะไร

September 28, 2021

Google Algorithm คืออะไร กูเกิล อัลกอริทึ่ม หรือเรานิยมเรียกสั้นๆว่า อัลกอ นั้นเป็นระบบการจัดลำดับเว็บไซต์ของกูเกิลที่จะใช้ในการรจัดลับเว็บไซต์ต่าง ๆว่าควรอยู่ในตำแหน่งไหนของคำค้นหา โดยใช้ข้อมูล ที่มีความเกี่ยวข้อง มากที่สุด มีประโยชน์มากที่สุด และให้ผลการค้นหาที่ตรงกับความต้องการของผู้ใช้งานมากที่สุด ภายในเสี้ยววินาที

กูเกิล อัลกอริทึ่มนั้นมีความหมายใกล้เคียงกันกับ อัลกอริทึ่มของภาษาคอมพิวเตอร์ คือ กระบวนการแก้ปัญหาที่สามารถอธิบายออกมาเป็นขั้นตอนที่ชัดเจน เช่น การนำเข้าข้อมูล แล้วจะได้ผลลัพธ์เช่นไร กระบวนการอัลกอริทึมนี้จะประกอบด้วย วิธีการเป็นขั้นตอนๆ และมีส่วนที่ต้องทำซ้ำ จนกระทั้งเสร็จสิ้นกระบวนการทำงาน สามารถอธิบายการทำงานได้โดยการที่ คุณค้นหาคำว่า “รับทำ SEO ขอนแก่น” ซึ่งกูเกิลก็จะทำการส่งผลการค้นหาที่มีความเกี่ยวข้องมากที่สุดมาให้คุณ โดยดึงเอาข้อมูลจากหน้าเว็บเพจจำนวนหลายพันล้านเว็บไซต์ที่มีอยู่ในฐานข้อมูลของก็เกิล มาให้คุณโดยใช้เจ้าตัว อัลกอริทึ่ม นี่แหละในการจัดเรียงว่าเว็บไหน หน้าไหนควรอยู่ในอันดับ 1,2,3, จนถึงอันดับ 10 . แล้วเรียงหน้าผลการค้นหา ตั้งแต่หน้า 1-100



อัลกอริทึ่ม ของกูเกิลทำงานอย่างไร

อัลกอริทึ่มของกูเกิลนั้นมีความซับซ้อนมากที่สุด และมีการอัปเดทเปลี่ยนแปลงแทบจะตลอดเวลา มีการ roll out ฟีเจอร์ใหม่ ๆออกมาเรื่อย ๆเพื่อที่จะปรับปรุงผลการค้นหาให้ถูกใจผู้ใช้งานมากที่สุด เพื่อช่วยให้ผลการค้นหานั้นถูกต้อง โดยมีการคำนึงถึง ประสบการการใช้งานของผู้ใช้ หรือ User Experiences มากที่สุด นั่นจึงทำให้ Google Search เป็นที่นิยมใช้งานมากที่สุดในโลก ซึ่งต่างจากผู้ให้บริการ Search Engine เจ้าอื่น ๆที่ทำได้ไม่ดีเท่าที่กูเกิลทำ

เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลต่าง ๆของผู้ใช้งานอย่างละเอียดว่าผู้ใช้งานคนนั้นต้องการค้นหาคำไหนกันแน่ เช่นสมมุติว่าผู้ใช้ค้นหาคำว่า แมว ซึ่งหมายถึงแมวที่เป็นสัตว์ โดยอ้างอิงจากผลการค้นหาก่อนหน้าของผู้ใช้งานคนดังกล่าวที่กูเกิลได้ทำการเก็บไว้ ในก่อนหน้านี้ว่าผู้ใช้คนนี้เคยค้นคำว่า ซื้อแมวได้ที่ไหน กูเกิลก็จะเลือกเอาผลการค้นหาที่เกี่ยวกับสถานที่ซื้อแมวมาโชว์ในผลการค้นหาด้วย ด้วยการที่เพียงผู้ใช้งานค้นหาคำว่า”แมว”เฉยๆ เราเรียกกระยวนการนี้ว่า Semantic search นั่นเอง

โดยการทำงานของ อัลกอริทึ่ม ของกูเกิล นั้นทางกูเกิลเองไม่ได้ทำการเปิดเผยว่ามันทำงานอย่างไรแต่ว่าการทำงานนั้นทางกูเกิลเองได้ออกมาบอกว่าพวกเขาใช้ข้อมูลอะไรบ้างในเว็บไซต์เพื่อที่จะนำเอาข้อมูลดังกล่าวไปใช้ในการจัดลำดับซึ่งในเบื่องต้นก็มี

1. Title header tags, และ meta description
2. ลิงค์ที่ถูกเชื่อมโยงมายังเว็บไซต์
3. การแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่อย่าง มือถือ หรือแท็บเลต
โดยข้อมูลดังกล่าวนั้นเราสามารถทำการปรับแต่งได้ในเว็บไซต์ของเราเองแต่มีข้อมูลบางส่วนที่เราไม่สามารถควบคุมได้อีกหลายปัจจัยที่กูเกิลใช้ในการพิจารณาซึ่งมีมากกว่า 200 ข้อที่กูเกิลได้เปิดเผยออกมาในเอกสารแนะนำ


การทำงานของ Google อัลกอริทึ่ม

เมื่อได้รับคำค้นมาจากการค้นหาของผู้ใช้งานแล้ว กูเกิลก็จะทำการทำงานตามขั้นตอนดังนี้เป็นลำดับ

  1. เมื่อได้รับคำค้นมากูเกิลจะทำการวิเคราะห์ว่าคำค้นดังกล่าวหมายถึงอะไร คำต่อคำ ซึ่งความหมายของคำต่างในประโยคนั้นอาจจะมีความหมายที่แตกต่างกัน เช่น การเปลี่ยนหลอดไฟ  กับ การเปลี่ยนแปลงตัวเอง ซึ่งคำว่าเปลี่ยนในประโยคทั้งสองนั้นมีความหมายที่ไม่เหมือนกันเลยเสียที่เดียวในรูปประโยคที่มีการกล่าวถึงที่แตกต่างกัน ทำให้ก็กูเกิลต้องตัดสินว่า คำนั้นหมายถึงอะไรกันแน่
  2. ต่อไป ระบบจะทำการค้นหาหน้าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาตรงกับคำค้นหามากที่สุด โดยพิจารณาจาก ชื้อหัวข้อ หรือไตเติล ของหน้า และ ตัวอักษร และเนื้อหาที่อยู่ในบทความนั้นว่ามีความเกี่ยวข้องกันมากเพียงไหน โดยกูเกิลจะทำการอ่านข้อมูลทั้งหน้า และทำการเก็บไว้ในฐานข้อมูล เพื่อนำมาใช้งาน
  3. หลังจากนั้นกูเกิลจะพิจารณา คุณภาพของเนื้อหาว่ามีสัญญานอะไรบ้างที่บ่งบอกว่าบทความดังกล่าวนั้นมีคุณภาพ เช่น มีลิงค์ที่อ้างอิงเข้ามายังหน้าเว็บนั้นมากมาย หรือว่า มีลิงค์จากหน้าเว็บที่มีความน่าเชื่อถืออ้างเข้ามายังหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวโดยธรรมชาติ ไม่ได้เกิดจากการสแปมลิงค์ ซึ่งหน้าเว็บนั้นต้องปฏิบัติติตาม Google’s webmaster guidelines อย่างเคร่งครัด
  4. การเข้าถึงได้ของเว็บไซต์นั้น การที่หน้าเว็บสามารถใช้งานได้จะถูกโปรดโมทให้อันดับดีกว่า หน้าเว็บที่เข้าได้บ้างเข้าไม่ได้บ้าง เช่นหน้าเว็บไซต์สามารถเข้าชมได้ด้วยความเร็วที่ปกติ ก็จะถูกจัดอันดับก่อน หรือหน้าเว็บที่มีความเร็วในการโหลดช้า ก็จะถูกลดอันดับลงไป 
  5. การแสดงผลการค้นหาให้กับผู้ใช้งาน โดยอ้างอิงจากความเกี่ยวข้องกับถิ่นที่อยู่เช่นคำค้น football ถ้าอยู่ในแถบ สหรัฐอเมริกาจะแสดงผลการค้นหา อเมริกันฟุตบอล แต่ถ้าอยู่แถบอังกฤษจะหมายถึง กีฬาฟุตบอล นั่นเอง แล้วทำการแสดงผลการค้นหาที่ถูกต้องที่สุดให้ผู้ใช้งาน

โดยกระบวนการทั้งหมด 5 ขั้นตอนนี้ เกิดขึ้นในเสี้ยววินาที เท่านั้นเอง จะเห็นได้ว่า Google อัลกอริทึ่ม นั้นฉลาดมากและทำงานได้รวดเร็วมาก ดังนั้นอย่าพยายามที่จะโกงการค้นหาด้วยการทำเทคนิคแนวเทาๆต่างเพราะกูเกิลรู้ทุกอย่าง

อ้างอิง
https://www.google.com/search/howsearchworks/algorithms/
https://www.webfx.com/internet-marketing/what-is-a-google-algorithm.html
https://www.google.com/search/howsearchworks/crawling-indexing/


สิ่งที่ต้องรู้เมื่อคิดจะจ้างทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ

September 01, 2021

การทำ SEO นั้นเป็นที่ทราบกันดีว่าจะช่วยเพิ่มทราฟฟิคให้กับเว็บไซต์ของคุณ และจะช่วยให้คุณมีรายได้เพิ่มขึ้นจากยอดขายของคุณ แต่การทำ SEO ที่ไม่ถูกวิธีนั้นก็ทำร้ายเว็บไซต์และยอดขายของคุณได้เช่นกัน ดังนั้นการที่จะเลือกบริษัทรับทำ เอส อี โอ ควรเลือกให้ดีก่อนที่คุณจะทำการว่าจ้างหรือคุยกันถึงเงื่อนไข และราคา  และแนวทางกับบริษัทที่รับทำ SEO ดังกล่าว วันนี้เราจะมาบอกถึงสิ่งที่คุณควรรู้ก่อนที่จะจ้าง โปรโมทเว็บไซต์



ก่อนอื่นเราขอแนะนำชนิดของการบริการรับทำ SEO กันก่อนว่ามีแบบไหนบ้าง


  1. ฟรีแลนซ์ ผู้ให้บริการอิสระรับทำ SEO โดยเฉพาะ โดยจะเป็นผู้ที่มีความรู้ในทางด้านนี้โดยตรง และมีความเชี่ยวชาญในด้านทำ SEo 
  2. บริษัทรับจ้างทำ SEO โดยเป็นบริษัทที่มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านดังกล่าวทำงานเป็นทีมภายในบริษัททำงานและให้บริการด้านโปรโมทเว็บไซต์เป็นหลัก
  3. การจ้างพนักงานทำ SEO เต็มเวลาในบริษัทของคุณเอง โดยหลังจกที่คุณมีผลกำไรจากธุรกิจและต้องการจ้างพนักงานด้านนี้โดยตรงในบริษัทของคุณ


ดังนั้นการเลือกใช้บริการทำ SEO นั้นคุณสามารถเลือกแต่ละแบบได้ตามความต้องการของคุณ และความสะดวกของคุณเอง จะเห็นได้ว่าการที่จะเลือกวิธีการทำ SEO นั้นค่อนข้างจะต้องพิจารณาให้ดีดังนั้นเราจะมาแนะนำวิธีพิจารณาเลือกใช้บริการกันว่าต้องรู้อะไรบ้าง

1.คุณจะเริ่มต้นทำ SEO ให้เราอย่างไร กลยุทธในการทำ SEO ของคุณนั้นเป็นอย่างไร เป็นคำถามเพื่อให้ผู้ให้บริการดังกล่าวอธิบายว่า พวกเขาจะช่วยคุณได้อย่างไร 1 2 3 4 โดยการทำอะไรบ้าง ใช้เวลาเท่าไร ใช้เทคนิคอะไรในการโปรโมท  หรือมีการวางแผนอย่างไร
2.คุณจะติดตามผลการทำงานของคุณได้อย่างไร บริษัทรับทำ SEO ที่ดีจะต้องมีรายงานการทำงานให้ลูกค้า อย่างน้อยๆ ทุกเดือนว่า ได้ทำอะไรไปแล้วบ้าง ผลการทำงานมีอะไรปรับ เปลี่ยนไปแล้ว และคาดการว่าจะเป็นอย่างไรในอนาคต ต้องปรับเปลี่ยนตรงไหนอีก เป็นต้น สถิติก่อนทำ กับหลังทำ เปลี่ยนแปลงไปยังไง
3.ผลงานจากลูกค้าที่ผ่านมา หรือ งานล่าสุดที่ทางบริษัท ได้รับทำนั้นตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง
4.เทคนิคการโปรโมทเว็บไซต์ ถูกต้องตามหลักที่กูเกิลได้วางไว้ไหม โดยหลักดังกล่าวเป็นสิ่งที่ผู้รับทำ SEO จะต้องมี และทำตาม ถ้าผิดจากที่กูเกิลได้แนะนำไว้ แนะนำให้หลีกเลี่ยงเลี่ยงใช้บริการ
5.คุณใช้เครื่องมืออะไรในการทำ SEO เช่นเครื่องมือในการสร้างลิ้งค์ การวร้างรายงาน การวิจัยคีย์เวิร์ด เครื่องมือในการติดตามอันดับ การรายงานผลของอันดับเว็บไซต์
6.ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมาคุณจะแก้ไขอย่างไร กรณีที่เว็บมีปัญหา


ในเบื้องต้นสิ่งที่คุณจะต้องถามบริษัทรับทำ SEO นั้นในเบื้องต้นมีเท่านี้ ซึ่งจะช่วยให้คุณตัดสินในในการที่จะจ้างหรือไม่จ้างนั้น ก็แล้วแต่ดุลยพินิจของคุณเองว่าคำตอบที่ได้จากผู้ให้บริการนั้น ถูกใจคุณมากแค่ไหน

SEO Guide ในปี 2019 ที่คุณต้องรู้

August 21, 2021

SEO Guide ในปี 2019 นี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจบ้าง อะไรที่เป็นแนวโน้มสำหรับการทำ SEO ในปี 2019 นี้ และในปี หน้า 2020 ผมได้เก็บรวบรวมและเรียบเรียงข้อมูลจากหลายแหล่งเพื่อที่จะเอามาไว้ในบทความเดียว ซึ่งจะทำให้ง่ายในการอ่าน และไม่ต้องไปศึกษาที่ไหนเพิ่มอีก โดยบทความนี้เป็นความเข้าใจของผมเอง และไม่ได้รับประกันว่าจะถูกต้องทั้งหมด ถ้าหากท่านผู้อ่านเห็นว่า ไม่ถูกต้องหรือน่าเชื่อถือก็กราบขออภัยมานะที่นี้ด้วย หรือมีอะไรแนะนำติชมก็ช่วยคอมเม้นต์ไว้ที่ด้านล่างให้ด้วยครับ ขอบคุณมาก

Guide สำหรับ On page SEO ในตอนต้นจะขอกล่าวถึงเรื่องนี้ก่อนเพราะเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ และสามารถจัดการให้มีประสิทธิภาพได้มากกว่า

สำหรับเทร็นด์ในการทำ SEO ในปีนี้นั้นก็จะมีหลากหลายปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงและทางอ้อมในการทำ SEO โดยผมจะเรียงจากสิ่งที่มีผลกระทบมาก ไปน้อยตามลำดับความสำคัญก่อนแล้วกันเรามาเริ่มกันเลย

รับทำ SEO ขอนแก่น



RankBrain และ User experience 

เป็นสิ่งที่จะมีผลกระทบมากที่สุดในการทำ SEO ในปี 2019 นี้โดย Google พยายามเน้นในส่วนของ User experience ในการใช้งานเว็บไซต์ของคุณโดยหัวใจหลักคือ ผู้ใช้งาน หรือผู้เยี่ยมชมที่เข้าไปยังเว็บไซต์ของคุณ ต้องทำให้ผู้ใช้งานนั้นได้รับประสบการการใช้งานที่ดีที่สุด หมายถึงอะไร ? หมายถึงว่าเมื่อผู้ใช้งานเข้าไปยังเว็บไซต์ของเราแล้ว เขาจะต้องได้ในสิ่งที่เขากำลังหาอยู่

และสิ่งที่อยู่ในนั้นต้องตอบคำถามในสิ่งที่เขากำลังค้นหาให้มากที่สุด เช่นผู้ใช้งานค้นหาคำว่า โรงแรมขอนแก่น เพราะเขาต้องการที่จะจองโรงแรมที่พักในจังหวัดขอนแก่น สิ่งแรกที่เราจะต้องให้ลูกค้าเห็นคือ ห้องพักของเรา ราคาห้องพัก สิ่งอำนวยความสะดวก สถานที่ตั้ง ตามลำดับไม่ใช่ไปขายแนวคิด หรือจุดขายอื่นๆที่เขาไม่ต้องการ หาที่พัก ต้องได้ที่พัก ไม่ใช่วาเราเอารายละเอียดที่พักไปอยู่ช่วงกลางๆของเว็บไซต์ หรือผู้ใช้ไม่มีเวลาเข้ามาดูโชว์แอนนิเมชั่นที่อยู่หัวเว็บของคุณหรอก เขาไม่สนใจและยังคิดว่ามันรกเกะกะเสียด้วยซ้ำ แถมยังทำให้หน้าเว็บโหลดช้าอีก ถ้าลองคิดว่าเป็นคุณ คงไม่แคล้วกด Back เพื่อกลับไปดูผลการค้นหาอันดับอื่นๆเป็นแน่ นั่นส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อเว็บไซต์ของคุณ ข้อย้ำว่า “ใหญ่หลวง” เพราะว่าระบบ AI ของกูเกิลที่เรียกว่า RankBrain จะทำการ”ลดอันดับ” ของเว็บไซต์ของคุณในผลการค้นหาคีย์เวิร์ดนี้ในครั้งต่อไป ในทันที

โดยเจ้า RankBrain นี่จะใช้ 2 สิ่งในการที่จะประเมินเว็บไซต์ของคุณว่าเว็บไซต์ของคุณควรอยู่ตำแหน่งไหน คือ  เวลาที่อยู่บนหน้าเว็บ  กับ CTR
ง่ายๆ ถ้าผู้เยี่ยมชมเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ แล้วอยู่ในหน้านั้นนานกูเกิลจะมองว่า  หน้านั้นต้องดีมีคุณภาพแน่นอน การที่อยู่ในหน้านั้นนาน อาจจะเกิดจากผู้เยี่ยมชมกำลัง อ่านหรือดูหน้าเว็บของคุณอยู่อย่างตั้งใจเพราะเนื้อหาในหน้านั้นดีมีคุณภาพ ส่วน CTR คืออัตราการคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณจากหน้าผลการค้นหา ถ้ามีคนคลิกเข้ามาเยอะก็แสดงว่าเว็บไซต์ของคุณต้องมีเนื้อหาที่ดีน่าสนใจ ดังนั้นด้วยปัจจัยทั้ง 2 ข้อนี้จึงทำให้ กูเกิล RankBrain เพิ่มอันดับให้เว็บไซต์ของคุณให้อยู่ในอันดับที่ดี

CTR Click Through Rate


 การเพิ่ม CTR นั้นมีความสำคัญอย่างมากสืบเนื่องมาจาก RankBrain นั่นเองที่ทำให้คุณจำเป็นที่จะต้องหาทางเพิ่ม ของเว็บไซต์ของคุณ แล้วการที่จะเพิ่ม CTR หรือ Click Through Rate นั้นสามารถทำได้อย่างไร

การที่จะเพิ่ม CTR นั้นมีหลายปัจจัยแต่สรุปสั้นๆเข้าใจง่ายก็คือทำอย่างไรที่จะทำให้คนสนใจคลิกลิงค์ของเว็บไซต์ของเรา คุณจะเห็นได้ว่าในหน้าผลการค้นหาของกูเกิลนั้นจะประกอบไปด้วย ผลการค้นหาของเว็บไซต์ในคีย์เวิร์ดต่างๆ เรียงลำดับกันขาก อันดับ 1 ถึง 10 จะเห็นได้ว่าผลการค้นหานั้นจะนำเอาข้อมูลจากเว็บเรา 2 ส่วนมาใช้ในการแสดงในหน้าผลการค้นหา ได้แก่ Title หรือหัวข้อบทความนั่นเอง ต่อมาก็คือ Description  ซึ่งเป็นข้อความจากพารากราฟแรกในบทความของเรา


SEO Guide ในปี 2019


Title และ Description นี่คือสิ่งที่คุณมีซึ่งทั้ง Title และ Description นี่คุณสามารถปรับแต่งได้ที่เว็บไซต์ของคุณเอง คุณสามารถทำการเลือกใช้คำที่ดึงดูด น่าสนใจ โน้มน้าว อย่างไรก็ได้ที่จะทำให้ผู้ใช้งานคลิกเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ โดยมีเงื่อนไขว่า ในนั้นต้องมีคีย์เวิร์ดที่เราต้องการทำอันดับ อยู่ในนั้นด้วย ขอนี้สำคัญมากและTitle ไม่ควรมีความยาวเกิน 60 ตัวอักษร เพราะผลการค้นหา แสดงได้แค่นั้นเกินไปก็ไม่มีประโยชน์ กลับจะส่งผลเสียด้วยซ้ำ แล้วคำถามว่าเราจะตั้ง Title อย่างไรเพื่อให้ ดึงดูดและน่าสนใจ

ตามที่กล่าวมาด้านบน วิธีง่ายๆ คือลองศึกษาจากการค้นหาในคีย์เวิร์ดต่างๆ แล้วศึกษาถึงการใช้คำของพวกเขาว่าเว็บไซต์อื่นเขาใช้คำแบบใด โดยคุณคิดว่าลิงค์แบบไหนที่คุณได้อ่านแล้วต้องการคลิกเข้าไปดูทันทีหลังจากที่ได้อ่าน แล้วนำมาปรับใช้กับการเขียน Title ในบทความของคุณ นอกจาก Title แล้วในส่วนของ Description ก็สำคัญเช่นกันโดยหลักการเขียน Description ที่ดีนั้นคือ

สรุปสิ่งที่อยู่ในหน้านั้นให้ผู้อ่านได้ทราบว่า หน้านั้นมีเนื้อหาเกี่ยวกับอะไร มีเนื้อหาชวนให้คลิกเช่นอ่านต่อ เรียนรู้เพิ่มเติม อย่าใช้สัญลักษณ์ในข้อความ เพราะเสิร์จเอนจิ้นไม่เข้าใจ และอย่าสรุปเนื้อหาทั้งหมด ควรเขียนข้อความให้คนเข้ามาอ่านต่อ และต้องเป็นสำนวนที่มีความเป็นตัวของตัวเอง แตกต่างจากคู่แข่ง โดยวิธีการเขียน Description ที่ดีนั่นคือการฝึกจากการค้นหาและเลือกว่า แบบไหนที่คุณได้อ่านปุ๊บแล้วถูกใจจนอยากคลิกเข้าไปดูแล้วนำมาปรับใช้

นอกจากวิธีดังกล่าวแล้วคุณยังสามารถใช้งาน Featured Snippet โดยการใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้างลงในเว็บไซต์ของคุณเพื่อที่จะให้ Search Engine ทำการเก็บข้อมูลและนำเอามาแสดงบนผลการค้นหา ซึ่งหากคุณสามารถแสดงผล Featured Snippet ได้จะเป็นการเพิ่ม CTR ให้กับเว็บไซต์ของคุณได้ถึง 26% เลยทีเดียว ซึ่งการทำ Featured Snippet นั้น Google ก็ได้มีเอกสารแนะนำอยู่โดยคุณนั้นสามารถไปศึกษาเพิ่มเติมด้วยตัวเองได้เลย

บทความภายในเว็บไซต์ 


ก็มีความสำคัญสำคัญมากเช่นกัน  โดยบทความนั้นไม่ว่าจะเป็น บล็อก หรือบทความเผยแพร่ต่างๆนั้นควรที่จะมีการอัพเดทอยู่เป็นประจำ อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งโดยบทความนั้นจะต้องเขียนในหัวข้อที่เกี่ยวของกับเว็บไซต์ของเราหรือใช้คีย์เวิร์ดที่เราต้องการที่จะทำอันดับในคำค้นนั้นๆ เช่นเว็บไซต์เราเป็นเว็บไซต์ของโรงแรม และให้บริการห้องพักในจังหวัดขอนแก่น บทความที่เราควรเขียนนั้นควรเกี่ยวกับ โรงแรม ที่พัก หรือกิจกรรมการท่องเที่ยวภายในจังหวัดที่ธุรกิจเราตั้งอยู่ เพื่อเพิ่มโอกาสการเข้าถึงลูกค้า

จากการค้นหาคำที่เกี่ยวข้องกับโรงแรมของเรา บทความควรจะเป็นในแนว “โรงแรมที่อยู่ใกล้สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น” “รวมสถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น” หรือบทความอื่นๆที่ใกล้เคียง และมีเงื่อนไขว่าบทความนั้น จะต้องมีความยาวอย่างน้อย 1200 คำหรือมากกว่า  โดยบทความยิ่งยาวจะยิ่งดีโดยความยาวบทความที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 2000-5000 คำนั้นจะสามารถทำอันดับได้ดีมากกว่าบทความที่สั้น

เพราะว่ากูเกิลชอบบทความที่ยาวๆ มีการใส่คำคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียงลงในบทความเพื่อหวังผลจากการค้นหาด้วยคำที่ยาวๆ เช่น “เที่ยวขอนแก่น” แทนที่เราจะใช้ คีย์เวิร์ดนี้ทั้งบทความเราอาจจะเลี่ยงใช้คำอื่นๆที่มีความหมายใกล้เคียงกัน เพื่อที่จะหวังผลจากคีย์เวิร์ดใกล้เคียงเช่น ”สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดขอนแก่น”  และบทความควรจะเขียนให้ครอบคลุมถึง คำค้นที่ เกี่ยวข้องโดยเราจะหาได้จากหน้าผลการค้นหา ด้านล่างสุด

การเขียนบทความเพื่อ SEO

และมีการนำคำพวกนี้มาใช้ในบทความไม่เกิน 2ครั้งในบทความจะเหมาะสมที่สุด และการเขียนบทความที่ดีนั้นควรที่จะเขียนเหมือนคนรู้ลึก รู้จริงในสิ่งที่เราเขียนอยู่ เช่นการเขียนบรรยายสถานที่ท่องเที่ยวที่เราเอ่ยถึงในบทความของเรานั้นเราต้องเคยไปจริงๆ หรือมีการศึกษาข้อมูลสถานที่นั้นจริงๆ บทความจะลงลึกน่าอ่านและข้อมูลในบทความก็จะเป็นข้อมูลเชิงลึกจริงๆ ซึ่งกูเกิลโปรดปรานข้อมูลประเภทนี้เป็นที่สุด และข้อสุดท้าย พยายามเขียนบทความที่อยู่ได้นาน ไม่ตกเทร็นด์เร็วเกินไป หรือเป็นบทความที่ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่เดือนคนก็ยังจะหาอ่านบทความแระเภทนี้ อยู่เสมอๆนั่นเอง

โครงสร้างของเว็บไซต์ 


เว็บไซต์ของเรานั้นก่อนที่จะมีการเปิดตัวเว็บไซต์  เราจะต้องวางโครงสร้างของเราให้รองรับการทำ SEO เสียก่อนโดยหรือในกรณีที่เรามีเว็บไซต์อยู่แล้ว ก็จำเป็นที่จะต้องปรึกษาผู้ให้บริการรับทำ SEO แนะนำในการวางโครสร้าง หรือปรับแก้โครงสร้างของเว็บไซต์ให้รองรับ หรือเหมาะสมตามโครงสร้างที่ Search Engine วางไว้ให้ครบทุกข้อ ซึ่งผู้ให้บริการ SEO สายเทคนิคัลจะให้คำแนะนำที่ดีให้กับคุณได้

เพราะในจุดนี้คุณไม่สามารถแก้ไขต่างๆได้เองอยู่แล้ว การปรับแต่งเว็บไซต์นั้นเป็นการทำงานที่ค่อนข้างจะใช้เทคนิคค่อนข้างสูงและมีรายละเอียดยิบย่อยค่อนข้างมาก งานส่วนมากเป็นการแก้โค้ด HTML PHP หรืออื่นๆที่ใช้ในการสร้างเว็บไซต์ของเรา เว็บไซต์ในปัจจุบันนี้ จะต้องรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนกันหมดแล้ว และ กูเกิลเองก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้มาก ดังนั้นจำเป็นมากเหลือเกินที่จะต้องมีการทำให้เว็บไซต์นั้นรองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ

ทำไมถึงต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ออกแบบเว็บไซต์ เพราะว่าหากคุณไปจ้างบริษัทออกแบบเว็บไซต์ คุณจะได้เว็บไซต์ที่ถูกใจคุณ สวยงามตามที่คุณต้องการ แต่ส่วนมากไม่รองรับ SEO 100 % จะต้องมีการแก้เล็กๆน้อยๆเพื่อให้เหมาะสมกับที่ กูเกิลได้ให้แนวทางไว้ โดยรายละเอียดส่วนนี้ในบทความนี้เราจะไม่ได้อธิบายไว้เพราะเป็นข้อมูลที่ค่อนข้างเป็นไปในเชิงเทคนิคและ เป็นเทคนิคของนักทำ SEO ของแต่ละราย SEO Specialist แต่ละรายจะสามารถให้คำแนะนำในการวางโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีให้กับคุณได้ ซึ่งจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณนั้นสามารถทำอันดับได้ดีในผลการค้นหาได้

เราแนะนำให้คุณศึกษา บทความ สิ่งที่ต้องรู้เมื่อคิดจะจ้างทำ SEO ให้กับเว็บไซต์ของคุณ
และ SEO คืออะไร ?













รวม 23 Technical SEO Tactics สำหรับปรับแต่งเว็บไซต์ให้รองรับ SEO แบบเต็มสูบ

August 01, 2021

รวม Technical SEO Tactics สำหรับใช้ในการปรับแต่งเว็บไซต์ของคุณให้รองรับ SEO แบบเต็มสูบสำหรับนักทำ SEO เริ่มต้นอย่างผม และคุณได้ทำการปรับแต่งเว็บไซต์ไม่ว่าจะเป็นเว็บที่สร้างขึ้นและเปิดตัวไปแล้ว และเว็บไซต์ที่ยังไม่ได้เริ่มสร้าง โดยข้อมูลเหล่านี้เป็นการรวบรวมมาจากความเข้าใจของผมเองนะครับ อาจจะถูกบ้าง ผิดบ้าง ก็ต้องขออภัยจริงๆ ถ้าตกล่นตรงไหนก็แนะนำตักเตือนกันมาก็แล้วกัน จะได้แก้ไขให้ถูกต้อง บทความนี้จะเป็นการทำ SEO แบบสายขาวล้วนนะครับ ไม่มะโน ไม่มีลิงค์ SEO Cloud ระดับเทพรอรับอันดับทุกวันเหมือนที่อื่นๆ เราเน้นทำ SEO แบบ OTOP อ.บ.ต. หนึ่งตำบล หนึ่ง SEO หากท่านกำลังมองหา SEO ระดับเทพละก็ปิดหน้านี้ไปเลย


บทความนี้จะเน้นการปรับแต่งเว็บไซต์ตามที่แจ้งไว้ในครับ ส่วนมากจะเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่มองข้ามไม่ได้แม้แต่ข้อเดียว จงอย่าลืมว่า  SEO Score ต่างกันแค่แต้มเดียวนั้นก็สร้างความแตกต่างอย่างมากมายได้เช่นกันเรามาเข้าเรื่องกันเลย

Technical SEO Tactics 


1.ทำให้เว็บไซต์รองรับการใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ สมาร์ตโฟน โดยทำให้สามารถแสดงเว็บไซต์แบบ responsive เมื่อเข้าชมด้วยสมาร์ตโฟน เพราะเว็บไซต์ที่ไม่รองรับ จะถูกลดอันดับลง เพราะว่าให้ประสบการณ์ที่ไม่ดีกับผู้ใช้ในการเข้าเว็บ

2.ทำให้เว็บไซต์รองรับ มาตรฐาน SSL เพราะว่าทำให้เว็บไซต์มีความปลอดภัยมากกว่าที่ไม่มี การติดตั้งและหากมีการใช้งานข้อมูลสำคัญก็จะทำให้ผู้ใช้งานเกิดความมั่นใจ ถึงแม้ว่าตอนนี้ทางกูเกิลก็ออกมาบอกว่าไม่มีผลต่ออันดับ แต่ในอนาคตไม่แน่ยังไงก็มีไว้ดีกว่าไม่มีสร้างความเชื่อใจให้ลูกค้าดีกว่า

3.ทำให้เว็บไซต์โหลดเร็วที่สุด โดยตัวนี้เพิ่งทำการเพิ่มเข้ามาเป็นหนึ่งแฟคเตอร์ที่สำคัญ ในการพิจารณาอันดับจากกูเกิล โดยการพยายามการโหลดไฟล์ต่างๆที่ไม่จำเป็น  หรือลดขนาดไฟล์ให้มีขนาดเล็กลง จะช่วยให้เว็บโหลดได้เร็วขึ้น

4.ใช้ข้อมูลจาก Google Analytics ในการวิเคราะห์เว็บไซต์ โดยสามารถติดตามสถิติต่างๆในเว็บไซต์ของเราได้อย่างละเอียดมากว่าผู้ใช้มาจากไหน ทำอะไรบ้าง อยู่นานแค่ไหน และอื่นๆที่เราสามารนำเอาข้อมูลต่างๆมาปรับปรุ่งเว็บไซต์ของเราได้

5.ใช้งาน Google Search Console เพราะคุณสามารถรับทราบปัญหาต่างๆที่เกิดในเว็บไซต์คุณได้ทันทีและสามารถแก้ไขจุดบกพร่องต่างๆได้อย่างถูกต้อง

6.สร้าง Sitemap.xml ในการส่งไปเพื่อให้ Google พิจารณาผ่านทาง Google Search Console

7. ติดตามรูปแบบของกลุ่มเป้าหมาย เพื่อที่จะสามารถเลือกคีย์เวิร์ดให้ถูกกลุ่มเป้าหมายหลักของเว็บไซต์ ว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์เราเป็นกลุ่มคนที่มีอายุเท่าไหร่ ระดับไหน วัยเรียน ทำงาน หรือวัยชรา เพื่อที่จะได้เลือกเนื้อหาในเว็บไซต์ให้เหมาะสม

8.ศึกษาคู่แข่งของคุณ ว่าพวกเขาเหล่านั้นใช้เทคนิคอะไรอยู่ และจะเอาชนะเขาได้อย่างไรด้วยการวิเคราะห็ข้อมูลที่หาได้จากเว็บไซต์ของคู่แข่ง

9.ใช้ทั้งคีย์เวิร์ดหลัก และ คีย์เวิร์ดแบบ Long Tail เพื่อเพิ่มปริมาณ ทราฟฟิค ทีละเล็กที่ละน้อย รวมๆกันเข้าแล้วก็มากขึ้นแน่นอน ไม่สมควรที่จะมองข้าม long-tail keywords

10.หาคีย์เวิร์ดที่ใกล้เคียง และเกี่ยวข้องในเว็บไซต์ของเรา เพราะว่า ทราฟฟิค จำนวนหนึ่งอาจจะมาจากคีย์เวิร์ดที่ไม่ได้ตรงตัวเสียทีเดียวที่จะทำให้ผู้เยี่ยมชมมายังเว็บไซต์ของเรา

11.หาคีย์เวิร์ดหลักที่คู่แข่งของคุณใช้ และพยายามสร้างเนื้อหาในคีย์เวิร์ดดังกล่าวด้วยเพื่อแข่งขันกับคู่แข่งของคุณ

12.เลือกคีย์เวิร์ดที่ดีที่สุดก่อนการอันดับ โดยเลือกคีย์เวิร์ดที่สามารถนำไปสู่การขายมากที่สุดก่อน และคู่แข่งในคำค้นน้อยก่อนจะไปเล่นคีย์ยาก

13.เนื้อหาในแต่ละหน้าต้องเป็นเนื้อหาที่ดี มีคุณค่า และมีความยาวอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 500 ตัวอักษร ยิ่งยาวยิ่งดี อาจจะสัก 1200 -3500 คำไทยจะเหมาสมมาก

14.ในบทความควรมีคำสำคัญที่จะใช้ทำอันดับ 2-3 คำใน 100 คำของ บทความเท่านั้น และคิดเป็น 2-3 เปอร์เซ็นต์ในบทความ ไม่มากไม่น้อยกว่านี้จะเหมาะสมที่สุด

15.มีการใช้คีย์เวิร์ดหลักในชื่อบทความ
16.มีการใช้คีย์เวิร์ดหลักใน meta description
17.มีการใช้คีย์เวิร์ดหลักในย่อหน้าแรกของบทความ
18.มีการใช้คีย์เวิร์ดหลักในชื่อภาพ และ alt tag
19.มีการใช้ชื่อภาพด้วยคีย์เวิร์ดหลัก เช่น seo.jpg
20.มีการใช้คีย์เวิร์ดหลักใน URL ของบทความนั้นๆ
21.ใช้โครงสร้าง URL ที่เข้าใจได้เป็นคำๆ ไม่ใช่ใช้ตัวเลขที่ไม่สื่อความหมาย
22.ใช้ข้อมูลที่มีโครงสร้าง ในเว็บไซต์เช่น images, reviews และ product prices
23.ตรวจหา duplicated content ภายในเว็บไซต์

รับทำ SEO ขอนแก่น

👉 SERPS แสดงผลอีโมจิ 😜 ได้ เทคนิคเพิ่ม CTR

October 03, 2019

SERPS แสดงผลอีโมจิได้ 😜 ดูแปลกใหม่ และเราสามารถนำพวกมันมาเพิ่ม CTR ของเราให้อันดับเว็บไซต์ของเราน่าสนใจอย่างไร การแสดงอีโมจิที่ทางกูเกิลจะนำไปแสดงผลในหน้าเว็บไซต์ของเรานั้นสามารถใช้เป็นเครื่องหมายนำสายตาเพื่อให้ดูน่าคลิกขึ้นได้แน่นอน และสามารถเพิ่มค่า 👉 CTR หรือ Click Through Rate ให้กับเว็บเพจของเราได้ กรณีที่เราอยู่ในอันดับที่ต่ำกว่าคู่แข่งเมื่อผู้ใช้งานเห็น  👀


เครื่องหมายนำสายตาอย่างเช่นลูกศร เครื่องหมายถูก หรือว่า เครื่องหมาย หรืออีโมจที่เป็นเครื่องหมายที่ใช้ในการเชิญชวนให้ผู้ใช้งานคลิก นั้นเป็นหนึ่งในการปรับแต่งหน้าเว็บไซต์ให้รองรับ SEO นั่นเองเมื่อหน้าเว็บเรานั้นมีค่า CTR ที่สูงขึ้นการจัดอันดับ Rank Brain ก็จะดันอันดับเว็บของเราให้สูงขึ้นไปอีก และทราฟฟิคมายังเว็บไซต์ของเราก็จะเพิ่มขึ้นแน่นอน เมื่อทราฟฟิคเพิ่มมากขึ้น ยอดขายหรือบริการของสินค้าในเว็บไซต์ของเราแน่นอนก็ต้องสูงมากขึ้นด้วยเช่นกัน

แล้วการใช้อีโมจิในหน้าเว็บไซต์เพื่อให้แสดงผลในหน้า SERPS นั้นทำอย่างไร เดี๋ยวไปเก็บข้อมูลก่อน แต่เทคนิคนี้มีการใช้งานเมื่อ 7-8 ปีที่แล้วที่ถือว่าได้ผลพอสมควร โดยตอนนั้นจำได้ว่าในช่วง Black Friday นั้นได้มีการใช้เครื่องหมายพื้นฐานในผลการค้นหาที่ใช้เป็นจุดนำสายตาให้คนค้นหานั้นเห็นเว็บไซต์จองเราเป็นอันดับแรก หรือคลิกเข้าไปดูก่อน โดยมีการใช้เครื่องหมายเช่น >>>>  หรือ <<<< และอื่น ๆอีกมากมายแล้วแต่จะหามาบ้างก็ใช้เครื่องหมายถูก ☑ ☒ ☓ ✓ ✓ ✕ ✖ ✗ ✘ ในไตเติ้ลบทความกันเลยทีเดียว เพื่อเรียกความสนใจจากผู้เข้าชม

แต่หลังจากนั้นไม่นานผลการค้นหาแบบนี้ก็เริ่มที่จะไม่มีให้เห็น อาจจะเป็นเพราะส่วนมากโดนทำโทษจากกูเกิล ด้วยการใช้เครื่องหมายดังกล่าว หรือคนอาจจะไม่สนใจแล้วก็ได้ เพราะอาจจะมองว่าเป็นเว็บสแปม ไม่มีเนื้อหาจริง ๆที่น่าสนใจเป็นเพียงหน้า Landing Page เพื่อที่จะไปยังหน้าขายของก็เป็นได้
อย่างไรก็ตามเดี๋ยวจะลองใช้เทคนิคแบบนี้ดูสักเว็บไซต์ว่าจะสามารถเพิ่ม CTR ได้จริงหรือไม่หรือ จะโดนกูเกิลแบนหรือลดอันดับลงไหม อย่างไรแต่ต้องขอเวลาในการทดสอบสักพัก ผลการทดลองเป็นอย่างไรเดี๋ยวจะมาเล่าให้ฟังอย่างละเอียดกันเลย

ก็เกิลเองก็ยังไม่ได้มีกฎเกณฑ์อะไรออกมาแอคชั่นในเรื่องนี้จริง ๆ ดังนั้นไม่มีข้อห้าม แสดงว่าทำได้เดี๋ยวทางเว็บเราจะลองพลีชีพกันดูว่าจะเวิร์คเหมือน 7-8 ปีที่แล้วหรือไม่
สำหรับการทดลองดังกล่าว เราจะทำการใส่อีโมจิ  https://getemoji.com/ ที่จะใช้จากเว็บนี้ แล้วใส่ลงไปในไตเติ้ลเลยเพื่อที่จะแต่งให้มันดูน่าสนใจ และดึงดูด จะลองบ้างก็ไม่ว่านะครับ ผลออกมาเป็นอย่างไรจะได้มาแชร์กัน

รับทำ SEO ขอนแก่น

Google Search Console ได้เพิ่มแท็บ Position ตำแหน่งของ SERPs ในแต่ละคีย์เวิร์ด

September 01, 2019

การเพิ่มค่าบอก Position ตำแหน่งของ SERPs ในแต่ละคีย์เวิร์ด นั้นไม่รู้ว่าเขายัดฟีเจอร์นี้เข้ามาตอนไหนแหละ แต่วันนี้เพิ่งได้สังเกตูว่ามีแท็บสีม่วงๆ โผล่ออกมาในหน้าเจ้าตัว Google Search Console ที่เฮ้ยแบบว่าดีย์ มาก ๆ เราไม่จำเป็นต้องไปใช้โปรแกรมอื่นหรือเช็คเองเป็นรายคีย์ เจ้าตัวนี้รายงานผลมาให้อัตโนมัติเลยทีเดียว โดยมันจะบอกตำแหน่งของเว็บเราว่าอยู่ในอันนดับที่เท่าไหร่ในผลการค้าหาคำนั้น ๆ


จะเห็นตัวเลขสีม่วงที่แสนสวยนั่นไหม นั่นแหละคือตำแหน่งจริง ๆ โดยเฉลี่ยของเว็บไซต์ของเราในคีย์เวิร์ดนั้น ๆ ที่เขาใช้คำว่า Average Position นั้นก็เพราะว่าเจ้า Rank Brain ที่มันมักจะขยับปรับตำแหน่งให้เรา โยจะให้ตำแหน่งที่สูงบ้าง ต่ำบ้างก็เลยทำให้ค่านี้เป็นค่าเฉลี่ย ถ้าไม่เชื่อก็ลองค้านหาด้วยคำค้นคำเดิมดู แล้วกดค้าหน สองรอบจะเห็นได้ว่าตำแหน่งในแต่ละเว็บไซต์นั้นจะไม่ได้อยู่ที่เดิม จะมีการสลับตำแหน่งขึ้นๆ ลง เป็นปกติในการค้นหาแต่ละครั้งนั่นเองทำให้เราไม่สามารถได้รู้ถึงตำแหน่งที่แน่นอนได้ เพราะว่ามันมีการปรับไปมาตลอด แต่ตำแหน่งจริง ๆก็จะตีไปคร่าวๆว่าจะ บวก หรือ ลบ ประมาณ 5 ตำแหน่งซึ่งอันนี้คนที่จะจ้างทำ SEO จะต้องเข้าใจว่าทำไมตำแหน่งมันไม่นิ่ง
เพราะว่าเจ้าตัว Rank Brain ซึ่งเป็นระบบ AI นี่ที่คอยจัดลำดับที่มีความ Relevant มากกับความต้องการขแงผู้ค้นหามากที่สุดนั่นเอง

และแน่นอนว่าพักหลังๆนี้เราจะเห็นการแสดงความสามารถที่เพิ่มขึ้นของเจ้า Google Search Console ที่กูเกิลพยายามาผลักดันให้พวกมันเป็นระบบที่ใช้ในการจัดการเว็บที่ใช้ได้จริง ทำให้ผู้ใช้งานที่ทำเว็บไซต์ต้องเข้ามาใช้งานทุกวัน ซึ่งไม่แน่อาจจะไม่จำเป็นต้องไปใช้งาน Google Analytic เลยก็ได้ เพราะผมเองก็ไม่ได้ใช้ GA สักเท่าไหรส่วนตัวนะคิดว่าเสียเวลา เอาเวลาไปเขียนคอนเท้น ยังจะดีกว่า

แต่ก็ไม่ได้บอกว่าไม่มีประโยชน์แหละแต่ว่าเราทำงานคนเดียวไง และข้อมูลที่ต้องการรู้ก็อยู่ใน Google Search Console หมดแล้วจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ GA ซึ่งข้อมูลของ GA นั้นคิดว่าน่าจะเหมาะกับคนที่ทำ PPC หรือ Pay Per Click มากกว่า เพราะจะได้ใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลโดยการทำ PPC นี่คือไม่ต้องทำคอนเท้นเยอะไง เล่นยิงโฆษณาอย่างเดียว เรียกได้ว่าเป็นสายเปย์นั่นแหละไม่ว่ากัน ทางใครทางมัน ทุนหนาสายป่านยาวก็ไป PPC ทุนน้อยสายป่านสั้นก็มาสาย SEO ส่วนคนฉลาดมีวิสัยทัศน์ก็ทำมันทั้งคู่

อย่าลืมกดติดตามเว็บไซต์ของเราเรามีบทความแนวนี้มาให้อ่านกันเป็นประจำ สำหรับโพสนี้ อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ กดซับตะไคร้ให้พ่อด้วย

รับทำ SEO ขอนแก่น

Zombie Pages คืออะไร

August 01, 2019

ซอมบี้เพจคือหน้าเว็บไซต์ที่เป็นหน้าคล้ายซอมบี้ที่อยู่ในเว็บไซต์ของเราคือเป็นหน้าเว็บที่ตายแล้วแต่ยังมีอยู่ในเว็บไซต์โดยเป็นหน้าเว็บที่มีข้อมูลที่ไม่มีประโยชน์ ซึ่งอาจจะเกิดจากข้อมูลนั้นเป็นข้อมูลเก่าหมดอายุ ข้อมูลน้อยเนื้อหาเบาบาง เพียง 300-500 คำ ซึ่งเรามักสร้างขึ้นในช่วงต้นของการสร้างเว็บไซต์เพื่อหวังจะทำอันดับ แต่มันไม่ทำ ซึ่งเจ้าหน้า Zombie Page พวกนี้ถ้ามีมากๆจะส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ของคุณโดยรวม ซึ่งอาจจะทำให้อันดับเว็บไซต์ของคุณนั้นต่ำกว่าที่มันควรจะเป็น เพราะว่ามีเจ้าพวก Zombie Page อยู่มากมาย หน้าที่ระบบจัดการเนื้อหาที่ได้สร้างมาอัตโนมัติ ซึ่งไม่มีคุณค่าอะไร หรือเนื้อหาอะไรมากนัก ซึ่งนั่นแหละที่เป็นต้นตอของปัญหา

Zombie Pages คืออะไร


Zombie Page จะทำให้เว็บไซต์ของคุณนั้นถูกมองว่าเป็นเว็บไซต์คุณภาพต่ำที่เต็มไปด้วยเนื้อหาที่ไม่มีประโยชน์และการทำอันดับโดยรวมของเว็บไซต์ของคุณก็จะต่ำลง กูเกิลก็จะให้คะแนนเว็บไซต์ของคุณต่ำลง และอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณอยู่ในสถานะที่แย่เกินกว่าที่มันควรจะเป็น
แล้วหน้าแบบไหนละที่เข้าข่ายตกเป็น Zombie Page

Zombie Page นั้นสามารถตรวจสอบได้ง่ายมาก เพียงเราต้องดูตัวเลขโดยรวมบนเว็บไซต์ของเราว่าหน้าไหนที่จะมีปัญหาโดยดูจากสถิติได้แก่

หน้าที่มีคนเข้าน้อยเพราะว่าทำอันดับได้น้อย
Bounce Rate สูง
การอยู่ในหน้านั้นน้อย ไม่นานก็ออกจากหน้านั้นไป
ซึ่งหน้าที่เป็น Zombie Page นั้นจะมีประสิทธิภาพโดยรวมนั้นน้อยกว่าหน้าที่ไม่ได้เป็น Zombie Page จึงทำให้ค่าสถิติต่างๆน้อยกว่าใครเขา

การจัดการกับหน้า ซอมบี้เพจนั้นก็มีหลายวิธี ขึ้นอยู่กับความต้องการของคุณว่าจะจัดการอย่างไรดี โดยส่วนมากถ้าคุณไม่ได้จำเป็นที่จะต้องใช้งานหน้านั้นอีกแล้วก็ให้ทำการลบทิ้งไปได้เลย หรือว่าหากยังใช้งานอยู่ หรือต้องการใช้งานหน้านั้นคุณก็สามารถทำการปลุกชีพหน้า Zombie Page ด้วยการอัปเดทเนื้อหา ทำให้มันใหม่ ทันสมัยมากขึ้น ข้อมูลที่ถูกต้องมากกว่าเดิม หรือการอัปเดทเนื้อหาหน้านั้นให้มีประโยชน์กับผู้ใช้งานนั่นเอง การอัปเดทเนื้อหานั้นจะต้องมีการอัปเดทให้เป็นเนื้อหาที่สุดยอดที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ เจาะลึกและมีคุณภาพดีเทียบหน้าใหม่ๆที่คุณได้สร้างขึ้น

สำหรับหน้าที่ไม่สามารถอัปเดทหรือลบได้ อย่างหน้า Tags และ หน้า Category ใช้แท็ก Nofollow เพื่อที่จะไม่ให้กูเกิลเก็บอินเด็กซ์หน้าพวกนั้นไป หรือทำการ รีไดเรคหน้าไปยังหน้าอื่นที่คุณต้องการก็ได้ แล้วให้ทำการลบหน้าดังกล่าวออกจาก sitemap เพื่อไม่ให้บอทที่เข้ามาเก็บข้อมูลสับสน
หลังจากจัดการกับหน้าซอมบี้เพจดังกล่าว รอเวลาเพียงไม่นานเว็บของคุณก็จะเริ่มมีทราฟฟิคเพิ่มขึ้นตามปกติ และอันดับเว็บของคุณนั้นก็จะเริ่มมีการปรับขึ้นด้วย

อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าเราจะจัดการกับซอมบี้เพจดีแล้ว แต่นอกจากนั้นยังมีปัจจัยอื่นๆที่สำคัญพอกันอยู่ซึ่งมีผลอยู่ด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่าคุณจะจัดการกับ มันได้หมดแต่เนื้อหาเว็บไซต์ของคุณยังเบาบาง มีการอัปเดทที่ไม่ต่อเนื่องรวมทั้งเขียนได้ไม่ค่อยที่จะดีเท่าไรดูไม่น่าเชื่อถือ ก็อาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาก็ได้

รับทำ SEO ขอนแก่น

ค่ารักษาอันดับคืออะไร จำเป็นไหม ?

July 25, 2019

ค่ารักษาอันดับคืออะไร จำเป็นไหม ?

หลังจากที่จ้างทำ SEO แล้วจนเว็บไซต์ของคุณนั้นไต่อันดับมาถึงหน้าแรกในคีย์เวิร์ดตามที่คุณได้ทำการตกลงกับผู้รับจ้างทำ SEO ไม่ว่าจะเป็นจากบริษัทรับทำ SEO เองหรือกับทาง Freelance ที่ให้บริการกับคุณแล้วทำไมต้องมีการจ่ายค่ารักษาอันดับ สำหรับเว็บไซต์ที่ทำอันดับขึ้นไปแล้วด้วย


ค่ารักษาอันดับจะเป็นค่าจ้างสำหรับบริษัทรับทำ SEO ที่จะทำการรักษาอันดับของคุณให้คงอยู่ในหน้าแรกนั้นตลอดตราบใดที่คุณยังจ่ายให้พวกเขานั่นหมายถึงว่าวิธีในการทำ SEO ของพวกเขานั้นมีปัญหาเพราะว่าการทำ SEO ที่ดีนั้นเมื่อเว็บไซต์นั้นขึ้นไปสู่หน้าแรกแล้วระยะหนึ่งจะอยู่ในอันดับนั้นไปอย่างน้อย 1 เดือนในกรณีที่คู่แข่งน้อยและการแข่งขันในคีย์เวิร์ดคำนั้นๆค่อนข้างเบาบางนั้น เว็บไซต์ของคุณจะอยู่ในหน้าแรกนานเท่าที่หน้านั้นไม่มี เว็บไซต์ของคู่แข่งที่มีเนื้อหาที่ดีกว่าของคุณเข้ามาแข่งขัน แต่ถ้ามีคู่แข่งเริ่มเยอะขึ้นคู่แข่งก็จ้างทำ SEO เช่นกันนั่นอาจจะเป็นเหตุผลให้อันดับของคุณถูกปรับลดลง

เนื่องจากว่าโดนเว็บไซต์ของคู่แข่งเบียดลงมา  เหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้นได้น้อยหากว่าคุณทำ SEO อย่างถูกวิธีตั้งแต่แรกถ้าคุณทำคอนเท้นต์ให้น่าสนใจคอนเท้นต์ที่มีประโยชน์กับผู้ใช้จริงๆหลังจากที่อันดับคุณขึ้นมีทางเดียวที่มันจะลงก็คือ คู่แข่งของคุณมีคอนเท้นต์ที่ดีกว่าของคุณ มีประโยชน์กว่าของคุณนั่นเอง การที่คู่แข่งนั้นแซงอันดับคุณขึ้นไปโดยที่คอนเทนต์ของพวกเขา ไม่ได้มีประโยชน์จริงๆต่อผู้เข้าชมสุดท้ายอันดับของเว็บเหล่านั้นก็จะร่วงลงมาอยู่ในตำแหน่งที่มันควรอยู่เองไม่ต้องกังวล แค่ต้องรอเพียงแค่เวลาเท่านั้น

การทำ SEO ของผู้รับทำ SEO ที่ไม่ถูกต้องนั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเขาจะต้องให้คุณจ่ายเงินค่ารักษาอันดับให้พวกเขา เพื่อที่จะนำเงินเหล่านั้นไปเป็นค่าจ้างให้กับพนักงานในการหาลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้อันดับเว็บไซต์ของคุณ คงที่อยู่ตราบเท่าที่ยังจ่ายค่าคุ้มครองให้พวกเขาอยู่ ดังที่ผมเคยเขียนบทความเกี่ยวกับการทำลิงค์เข้ามายังเว็บไซต์ของคุณเพื่อดันอันดับนั้นเป็นวิธีทำ SEO แบบสายเทาค่อนข้างดำเลยทีเดียวเพราะพวกเขาพยายามทีจะโกงอันดับของเว็บไซต์ให้เกินจริง ให้กูเกิลเห็นว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณค่าโดยการหาลิงค์เข้าไปมากๆ ซึ่งสุดท้ายกูเกิลสามารถตรวจจับรูปแบบการทำลิงค์ดังกล่าวได้ อาจจะส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ของคุณในระยะยาวได้ นั่นแสดงให้เห็นถึงความไม่ยั่งยืนจริงของเทคนิคการทำ SEO ของพวกเขา ถ้าคุณได้ทำ SEO ถูกต้องถึงแม้ว่าจะมีการปรับอันดับสักกี่ครั้งเว็บไซต์ของคุณก็จะได้รับผลกระทบน้อยมาก

แล้วจำเป็นต้องจ่ายค่ารักษาอันดับไหม ? 

แน่นอนคุณต้องจ่าย เพื่อที่จะให้อันดับเว็บไซต์ของคุณสามารถอยู่ได้แบบไม่มั่นคง หรือคุณไม่ต้องจ่ายแต่ให้เปลี่ยนผู้ให้บริการไปซะ โดยเลือกผู้ให้บริการที่ดีที่ให้คำแนะนำที่ถูกต้องกับคุณนั้นจะช่วยให้คุณลดต้นทุนในส่วนนี้ลงได้อีกและเว็บไซต์ของคุณก็จะอยู่ในอันดับที่มั่นคงกว่าเดิมมากโดยที่ไม่ต้องมีการจ่ายค่ารักษาอันดับรายเดือนนั่น



รับทำ SEO ขอนแก่น

การสแปมวางลิงค์ที่ เว็บไซต์วิกิพีเดียของผู้ให้บริการ รับทำ SEO

July 22, 2019

การสแปมวางลิงค์ที่ เว็บไซต์วิกิพีเดีย นั้นเป็นการทำ SEO ที่แย่มากสำหรับบริษัทที่ รับทำ SEO ในไทย โดยการวาง Anchor text link  แบบโต้งๆเพื่อหวัง แบ็คลิงค์จากเว็บไซต์ Wikipedia.org ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าการวางลิงค์ลงในหน้าต่างๆของเว็บไซต์วิกิพีเดียนั้น เป็นเว็บไซต์ที่มีความน่าเชื่อถือสูง หรือ เรียกว่ามี Authority สูงมากนั่นเอง ดังนั้นการมีลิงค์ออกจากหน้าเว็บ วิกิพีเดียนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นลิงค์แบบ Nofollow link ก็ตาม ซึ่งวันนี้หลังจากที่เปิดเว็บหาข้อมูลก็มาสะดุดกับหน้า เว็บไซต์


https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%B5%E0%B9%82%E0%B8%AD  

โอ้วเย๊ นี่พวกพี่เล่นพากันฝากลิงค์กันโต้งๆ อย่างนี้เลยหรา ไปจ้างใครหาแบ็คลิงค์ให้ละพ่อหนุ่ม การทำ SEO ของพวกท่านนี่เข้าข่ายสายดำสนิทเลยนะ ใครบอกใครสอนให้ สแปมเว็บไซต์วิกิพีเดียกันอย่างนี้ พ่อหนุ่ม ผมละรู้สึกสงสารลูกค้าที่ใช้บริการทำ SEO กับคุณเสียจริงๆ ที่หลงเชื่อไปใช้บริการโดยที่ไม่รู้ชะตากรรมเลยว่ากำลังเอาเว็บไซต์อันมีค่าของคุณไปใส่ในมือโจร
ผมถึงเน้นนักเน้นหน้าว่าจะจ้าง บริษัททำ SEO นั้นให้ดูดีๆถามเทคนิคในการทำว่าพวกเขาจะทำอย่างไรกับเว็บไซต์ของคุณเพื่อที่จะทำให้อันดับเว็บไซต์ขึ้นไปเรื่อยๆ 1 –2- 3 ตามขั้นตอนซึ่งเราก็ต้องรู้ว่าบริษัทรับจ้างทำนั้นพูดอะไรบ้าง อย่างน้อยเราต้องมีพื้นฐานนั่นแหละไม่ต้องรู้เยอะเอานิดหน่อยก็พอ   ซึ่งหลังจากที่คุณได้คุยกันกับกระบวนการในการทำ SEO แล้วนั้นก็ให้ทำการพิจารณาเอาเองว่า SEO Tactics ที่ทางบริษัทที่ให้บริการนั้นเหมาะสมหรือไม่ ไม่ใช่ว่าทิ้งไว้แค่ความต้องการว่าต้องการขึ้นอันดับในคีย์เวิร์ด นั่นนี่แต่ไม่สนใจว่าคนอื่นจะเอาเว็บไซต์ของคุณไปต้มยำทำแกงอย่างไร

น่าอายมากนะครับกับบริษัทที่รับทำ SEO ด้วยการไปสแปมลิงค์เว็บ วิกิพีเดีย ถึงแม้ว่าคุณจะขึ้นหน้าแรกแต่มันไม่น่าภูิมใจเอาเสียเลย คุณสามารถหลอกลูกค้าได้ แต่คุณจะหลอก คนในวงการเดียวกันกับคุณไม่ได้เขาดูออก ว่างานของคุณเว็บไซต์และบริการของคุณมันปลอม มันกาก มันสแปมมากเกินที่จะรับได้

รับทำ SEO ขอนแก่น

ทำไมเราถึงไม่ควรทำแบ็คลิงค์

July 16, 2019

การทำแบ็คลิงค์นั้นเรียกได้ว่าเป็นการทำ SEO สายเทาๆเลยก็ว่าได้ เพราะการกระทำดังกล่าวเป็นการหลอกกูเกิลว่าหน้าที่คุณยิงลิงค์เข้าไปใส่นั้นเป็นหน้าที่มีประโยชน์มากกว่าที่มีนควรจะเป็นทั้งๆที่จริงนั้น หน้านั้นอาจจะไม่เป็นประโยชน์จริงๆ หรือเป็นประโยชน์น้อยมาก การยิงลิงค์จาก PBN ก็เช่นกันเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องตั้งแต่แรก ใครที่คิดจะจ้างบบริษัทในการทำ SEO  เพราะว่าสิ่งที่คุณทำนั้นกำลังฝืนธรรมชาติอยู่นั่นเอง คุณพยายามกำลังเอาเว็บไซต์ของคุณไปตกอยู่ในความเสี่ยง คิดหรอว่าคุณจะสามารถหลอกบริษัทระดับโลกอย่างกูเกิลได้ บริษัทที่ใช้เอไอในการจัดอันดับ และเริ่มตรวจจับการโกงอันดับของคุณ คุณจะแน่ในได้อย่างไรว่า Google ไม่รู้ถึงเทคนิคที่บริษัทรับทำ SEO ของคุณกำลังทำอยู่ คุณจะเห็นได้ในการอัปเดทในช่วงปี 2011 ที่เว็บไซต์ต่างๆได้รับผลกระทบจากการออก อัลกอริทึ่มใหม่ไหม ถ้าคุณยังจำได้ เหตุการณ์นั้นก็จะกลับมาอีกครั้งและจะกระทบเว็บไซต์ของคุณแบบนั้นเช่นกัน
การใช้งาน PBN ในปัจจุบันนี้ก็ยังได้ผลอยู่ แต่จะได้ผลไม่นานถ้ากูเกิลนั้นสามารถตรวจจับรูปแบบการสร้างลิงค์ของคุณได้ และด้วยระบบ เอไอหากมันตรวจพบมันก็จะทำกาตะปบ เว็บไซต์ของคุณทันที ทีนี้แหละอันดับร่วงยาวจนกู่ไม่กลับอย่างแน่นอน


PBN หรือ Private Blog Network นั้นเทคนิคนี้ฝรั่งเขาใช้และเลิกใช้ไปเมื่อหลายปีแล้ว เพราะว่ามันเริ่มถูกตรวจจับได้โดยก็เกิล การทำคือการสร้างเครือข่าย เว็บบล็อกของคุณเอง อัปเดท บล็อกเรื่อยๆเพื่อเป็น ฐานยิงลิงค์มายังเว็บเป้าหมาย โดยพยายามที่จะหลอกระบบการจัดอันดับของกูเกิลว่าลิงค์มาจากเว็บไซต์ดังกล่าวเป็นเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ สำหรับใครที่สนใจก็ลองใช้ดูเทคนิคนี้รับรอง อันดับเว็บไซต์ของคุณพุ่งแน่นอน แต่ไม่ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ระยะยาวถ้ามีการปรับเปลี่ยนอีก เว็บไซต์ของคุณก็จะได้รับผลกระทบหนักด้วยเช่นกัน

ถ้าจะทำ SEO แล้วทำไมไม่ทำให้มันดีตั้งแต่แรก ทำไมไม่ทำหรือสร้างเนื้อหาที่มันมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานเว็บไซต์ของคุณตั้งแต่แรก เพราะถึงแม้ว่าจะมีการอัปเดทสักกี่ครั้งเว็บไซต์ของคุณก็จะได้รับผลกระทบน้อยมาก ยกตัวอย่างการทำ SEO สายเทาโดยการทำลิงค์จากเว็บ PBN ก็เหมือนกับการจ้างคนตกแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีนั่นแหละ ถ้าสรรพากรจับได้ว่าคุณมีการแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษีละก็งานเข้าแน่นอน แต่สำหรับคนที่ไม่เคยแต่งบัญชีเพื่อเลี่ยงภาษี ไม่ว่าสรรพากรจะเข้ามาตรวจสอบกี่รอบๆ ก็ไม่มีทางเอาผิดคุณได้ เพราะคุณไม่มีอะไรผิด วงการทำ SEO ก็เช่นกันทำไมคุณไม่สร้างเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่มีประโยชน์ตั้งแต่ต้น โดยเนื้อหาสำหรับเว็บไซต์ที่ดีที่สุดคือบทความที่เป็นประโยชน์ ที่สามารถตอบคำถามให้กับผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ของคุณให้จบจากที่เดียว โดยไม่ต้องไปหาที่อื่นอีก การเขียนบทความที่ครอบคลุมสุดยอด เป็นประโยชน์นั้นมีค่ากว่าการสร้างลิงค์มากๆ

ถ้าคุณกำลังมองหาพนักงานทำ SEO มาประจำในบริษัทของคุณผมแนะนำว่าอย่าจ้าง ให้จ้างคนเขียนบทความจะคุ้มกว่านี่จริงๆ การมีบทความที่เกี่ยวข้องจำนวนมากในเว็บไซต์ของคุณ เป็นบทความที่ดีมากๆ สุดยอดมากๆ ตอบคำถามของผู้ใช้งานได้ตรงที่สุด ดีที่สุดนั้นมีความสำคัญมากกว่าการจ้างทำ SEO หลายเท่าเชื่อสิ

รับทำ SEO ขอนแก่น

Dofollow และ Nofollow ลิงค์ต่างกันอย่างไร

July 13, 2019

Dofollow และ Nofollow ลิงค์ต่างกันอย่างไร Nofollow คือลิงค์ที่ใช้แท็ก rel=”nofollow” อยู่ในโค้ด HTML ที่ใช้สร้างลิงค์ แต่ลิงค์แบบ Dofollow ไม่มี



ซึ่งความแตกต่างในความหมายของ SEO ก็คือการที่เว็บมาสเตอร์อย่างพวกเราต้องการบอก Search Engine ว่าไม่ต้องตามลิ้งค์นี้ไปนะ หรือห้ามตามลิงค์นี้ ซึ่งการใช้งานเรานิยมที่จะใช้ในการบอกเจ้าตัวบอทที่ไตไปตามเว็บไซต์ของเราให้รู้ว่าเราไม่ต้องการให้บอทดังกล่าวให้ความสำคัญกับลิงค์ออกที่มีแท็ก Nofollow ติดอยู่ซึ่งทำให้เว็บมาสเตอร์นั้นสามารถควบคุมการเข้ามาของกูเกิลบอทและบอกกับบอทพวกนั้นว่า ไม่ต้องตามไปเก็บข้อมูลที่ลิ้งค์นี้ ด้วยการใส่แท็ก

<a href="login.php" rel="nofollow">sign in</a>

ซึ่งกูเกิลก็ออกมาบอกเองว่าพวกเขา(ระบบเก็บข้อมูลเว็บ)จะทำอย่างไรเมื่อพบลิงค์ที่มีแท็ก nofollow โดยกูเกิลก็บอกว่าพวกเขาก็จะไม่ตามไปเก็บข้อมูล ซึ่งการใช้งานลิงค์แบบ nofollow นั้นก็เพียงเพื่อที่จะบอกกับกูเกิลบอทเท่านั้นว่าไม่ให้ตามไปเก็บข้อมูลหน้านี้นะ แต่สำหรับยูเซอร์ หรือผู้ใช้งานนั้นไม่ได้รับผลกระทบใดๆ พวกเขายังสามารถคลิกตามเข้าไปดูลิงค์ได้ตามปกติ และ Search Engine แต่ละตัวก็มีการทำงานกับแท็กดังกล่าวที่แตกต่างกัน

Google ยังได้แนะนำเกี่ยวกับการใช้ลิงค์แบบ Nofollow พร้อมตัวอย่างการใช้งานว่าเคสไหนสมควรใช้งานลิงค์แบบ nofollow นี้โดยลิงค์ที่สมควรใช้งานลิงค์แบบ rel=”nofollow” ได้แก่

การลิงค์ไปยังเนื้อหาที่ไม่น่าไว้วางใจ เช่นการจัดการกับลิงค์ที่เกิดขึ้นโดยการใช้ช่องคอมเม้นต์ที่สามารถใส่ลิงค์ของผู้ที่มาคอมเม้นต์นั้นได้ ซึ่งเราไม่แน่ใจ หรือไม่ไว้ใจลิงค์ดังกล่าวว่าจะทำการลิงค์ไปยังเว็บที่อาจจะส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ของเราหรือเปล่าเช่นมีลิงค์ไปยังเว็บหลอกลวง หรือ เว็บที่เป็น สแปม เป็นต้นซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์ของเราได้ ซึ่งการเปลี่ยนแผลงลิงค์ออกไปให้เป็นแบบ Nofollow นั้นจะช่วยลดความสนใจของเหล่า สแปมเมอร์ที่พยายามจะสร้างลิงค์จากการฝากลิงค์ตามคอมเม้นต์ดังกล่าวได้
ใช้ลิงค์แบบ Nofollow ในลิงค์ที่จ่ายเงินเพื่อเป็นการป้องกันการที่จะทำให้ Search Engine เข้าใจผิดเกี่ยวกับลิงค์ดังกล่าว โดยการทีเว็บไซต์สามารถอยู่อันดับดีๆได้ก็เพราะว่าบางส่วนนั้นเกิดจากการวิเคราะห์ลิงค์ที่ถูกส่งมายังหน้านั้นๆ ดังนั้นการส่งลิงค์ไปยังหน้าเว็บที่จ่ายเงินนั้นกูเกิลอาจจะมองว่าเข้าข่ายขายลิงค์ ซึ่งผิดกฏไกด์ไลน์ของกูเกิลได้ และอาจจะส่งผลกระทบกับอันดังของเว็บไซต์คุณแน่นอน มันคงไม่สนุกแน่กับการที่จะต้องทำเพื่อเงินไม่กี่บาท แต่กระทบกับเว็บไซต์ของคุณที่คุณดูแลมาอย่างดี
หน้าเว็บของคุณที่ไม่ต้องการให้บอทกูเกิลเก็บข้อมูล เช่นหน้าที่เป็นหน้าสมัครสมาชิก หรือหน้าที่คุณไม่ต้องการให้ค้นเจอในก็เกิล เวลาที่คุณจะส่งลิงค์ไปยังหน้าดังกล่าวแนะนำให้ใช้แท็ก Nofollow ในลิงค์ด้วยจะเหมาะสมกว่า
ข้อมูลด้านบนนั้นคือสิ่งที่กูเกิลออกมาบอกเราเกี่ยวกับการใช้งานลิงค์แบบ  Dofollow และ Nofollow ดังนั้นคำแนะนำจากผมนะ ลิงค์ที่ออกจากหน้าเว็บของคุณทั้งหมด แนะนำให้ใช้ลิงค์แบบ Nofollow ทั้งหมดไม่มีข้อยกเว้น ส่วนลิงค์ภายในเว็บไซต์ของคุณนั้นสำหรับหน้าที่คุณต้องการให้มีการส่งคะแนนคุณก็ทำแบบ Dofollow แต่หน้าเว็บที่ไม่ต้องการเพียงแค่ใส่แท็ก Nofollow เท่านี้คุณก็จะปลอดภัยจากปัญหาต่างๆแล้ว
และการสร้างลิงค์ต่างๆของคุณก็ให้ระวังให้มากเพราะว่าการมีลิงค์มาจากหน้าเว็บที่เป็น สแปมนั้นนอกจากจะไม่ส่งผลดีต่อเว็บไซต์ของคุณแล้วยังส่งผลเสียอย่างใหญ่หลวงอีกด้วยดังนั้นควรระมัดระวังให้ดี ผมทำเว็บเดี๋ยวนี้ไม่ได้เน้นที่สร้างลิงค์เหมือนเดิมอีกแล้ว ผมมาเน้นให้กับการสร้างคอนเท้นต์ที่ดีมากกว่า ดังนั้นถ้าคุณมรแนวทางในการทำ SEO อย่างไรมาแบ่งปันกันได้

อ้างอิง : https://support.google.com/webmasters/answer/96569?hl=en




รับทำ SEO ขอนแก่น

Facebook ไม่เหมาะสำหรับ internet marketing อีกต่อไป

July 03, 2019


ในปัจจุบันนี้ถ้าจะพูดถึง อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง เราจะนึกถึง การสร้างเว็บไซต์ ,Facebook, อินสตาแกรม แต่ในปัจจุบันนี้ และ อนาคตอันใกล้นี้ เฟซบุคนั้นไม่เหมาะที่จะใช้เป็นที่ที่ใช้ในการทำ อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง อีกต่อไป เพราะว่าสิ่งต่างๆเปลี่ยนแปลงไปมาก ตั้งแต่มี Facebook มาการเปลี่ยนแปลงในเรื่องกฎต่างๆ หรือการทำงานต่างๆของ Facebook นั้นมีสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมในการที่จะทำการตลาดอีกต่อไป เพราะว่าผลการตอบรับจากลูกค้านั้นมีน้อยลงกว่าแต่ก่อนมาก คนใช้งานยังเท่าเดิมหรือเพิ่มขึ้น แหละแต่ไม่มากแต่การที่คนจะเข้าถึงเนื้อหาต่างๆนั้นค่อนข้างยากเย็นมากกว่าเดิม เพราะว่าการได้รับข่าวสารแบบ Organic จากแหล่งข้อมูลที่ต้องการดูได้ถูกลดการเข้าถึงมากขึ้น จนทำให้คนไม่สนใจ หรือหาเพจที่ตนเองสนใจใน news Feed แทบไม่เจอ


โอเคแหละในกลุ่มที่ทำ FB ads เพราะพวกเขาสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้จากการลงโฆษณาโดยกลุ่มนี้เขาจะมีข้อมูลอยู่ในมืออยู่แล้วจากประสบการของพวกเขา การลงแอดต่างๆก็สามารถทำกำไรได้ดี โดยไม่ได้รับผลกระทบ แต่สำหรับมือใหม่ที่คิดจะสร้างธุรกิจใน FB แนะนำให้หันหลังกลับ เพราะต้องใช้ทุนค่อนข้างเยอะมากในการที่จะสร้างรายได้จาก การขายของบน เฟซบุค ถ้าคุณมีทุนเยอะสายป่านยาวก็เอาเลยไม่มีปัญหา แต่ถ้าคุณงบน้อยละก็ให้ไปใช้ช่องทางอื่นทดแทนจะดีกว่า ไม่ใช่ว่าเราบอกว่าไม่ดีนะ แต่แนวโน้มของการใช้งานของ Facebook กำลังจะยากมากขึ้นอีกถึงคุณจะมีคอนเท้นต์ที่ดีเพียงใดบน เฟซบุค แต่ถ้าคุณไม่สามารถลงโฆษณา ให้คนเข้าถึงเนื้อหาของคุณคุณก็ตันอยู่ดี

ไม่ว่าคุณจะมีเพจไลค์อยู่หลักแสนหลักล้าน ถ้าคุณไม่ลงโฆษณาฝันไปเถอะว่าจะมีคนเข้ามาดูคุณถึง 20 เปอร์เซ็นต์ Facebook ในปัจจุบันนี้กำลังจะเป็นการตลาดที่สุญเปล่า คุณลงโฆษณา เพื่อที่จะให้คนมากดไลค์แฟนเพจของคุณ และคุณก็ยังต้องลง โฆษณา เพื่อที่จะให้คนที่กดไลค์เพจของคุณไปแล้ว เห็นโพสของคุณ นี่มีนการตลาดแบบไหน คนฉลาดน่าจะเดาออก

แล้วต้องทำอย่างไรต่อ เราแนะนำให้เลิกใช้ช่องทาง Facebook ไปเลยแล้วเอาเวลาไปสร้างช่องทางอื่นที่มั่นคงจะดีกว่า อย่างเช่นการทำเว็บไซต์ หรือทำช่องยูทูป ซึ่ง 2 ช่องทางดังกล่าวทั้งสองที่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยโอกาส ในการที่จะเข้าถึงผู้คนได้มากกว่า Facebook นี่จริงๆ ฟันธงแน่นอน แต่สำหรับใครที่ยังรู้สึกอบอุ่นในอ้อมกอดของ Facebook อยู่ละก็ ให้อยู่ต่อไป

Google เปิดซอร์ส ระบบอ่านข้อมูล robots.txt parser

July 01, 2019

Google เปิดซอร์ส ระบบอ่านข้อมูล robots.txt parser ให้เป็นสาธารณะ วันนี้โดยได้มีการเปิดซอร์สทั้งหมดของไฟล์ที่ใช้รันในระบบ สำหรับนักพัฒนาที่สนใจการทำงานของระบบดังกล่าว ที่เขียนด้วยภาษา C++ library ที่ได้มีการพัฒนาตั้งแต่ยุค 90 เพื่อให้ผู้ที่ต้องการศึกษาการทำงานของระบบตรวจสอบไฟล์ robots.txt ซึ่งเป็นไฟล์ที่เว็บไซต์ทั่วๆไปจำเป็นต้องมี เพื่อที่จะบอกให้ระบบเว็บ Crawler นั้นสามารถทำงานในการเข้ามาเก็บข้อมูลต่างๆของแต่ละเว็บไซต์ได้ง่ายขึ้น โดยเราสามารถกำหนดค่าต่างๆภายในไฟล์ robots.txt เพื่อที่จะบอกกับตัว Web Crawler ว่าส่วนไหนของเว็บไซต์ที่เราอนุญาตให้เก็บข้อมูลได้ ส่วนไหนหวงห้าม ไม่ให้ไต่เข้าไปเก็บข้อมูล เพราะอาจจะเป็นส่วนที่เก็บข้อมูล หรือไฟล์สำคัญต่างๆเอาไว้ หรือเป็นพื้นที่ที่มีเนื้อหาสำหรับสมาชิก ที่คุณไม่ต้องการให้ปรากฏในผลการค้นหาของกูเกิล เพราะถ้าหากเราไม่ทำการจำกัดการ เก็บข้อมูลของบอทกูเกิล ก็จะไต่เข้าไปเก็บข้อมูลในส่วนนั้นและเผยแพร่ข้อมูลดังกล่าวให้สามารถค้นพบได้ บนผลการค้นหาของกูเกิล ซึ่งไม่ดีแน่



นอกจากซอร์สโค้ดของระบบ Robots Exclusion Protocol (REP) แล้วยังมีตัวอย่างการใช้งานของโปรแกรมดังกล่าวมาด้วย 2-3 ตัวอย่าง ซึ่งจะทำให้คุณสามารถเข้าในถึงหลักการทำงานของระบบได้ดีขึ้น

โดยกูเกิลพยายามที่จะผลักดันมาตรฐานนี้ให้เป็นสิ่งที่ทุกเว็บไซต์ต้องมีมาหลายปีแล้ว ตั้งแต่เริ่มทำเว็บเสิร์จแต่ถึงตอนนี้ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จจนถึงขั้นที่จะตั้งให้เป็นมาตรฐานทั่วโลกได้ ถ้าคุณสนใจละก็ ซอร์ส โค้ดนี้สามารถดาวน์โหลดได้ที่เว็บไซต์  GitHub 

สำหรับเจ้า  robots.txt เกี่ยวข้องอย่างไรเกี่ยวกับ SEO หรือ Search Engine Optimization ไฟล์ robots.txt นี้สำคัญมากเพราะว่าเป็นเหมือนใบบอกทางให้กับบอท หรือระบบเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของเราให้กูเกิลได้ทราบ โดยไฟล์ robots.txt จะต้องถูกวางไว้ใน Root Directory ของเว็บไซต์เพื่อให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายที่สุด เช่น Example.com/robots.txt เพราะว่าก่อนที่บอทจะเข้าไปเก็บข้อมูลของเว็บไซต์นั้นต้องอ่านป้ายผ่านทางก่อนนั่นเอง บางทีเราทำเว็บไซต์ไปตั้งนานแต่บอท Google ไม่มีการมาเก็บข้อมูลหน้าเว็บไซต์ของเราเลยนั่นอาจจะเกิดจากการที่คุณได้เขียนห้ามกูเกิลบอทเข้าไปเก็บข้อมูลเว็บไซต์ของคุณผ่านทางไฟล์ robots.txt โดนที่คุณไม่รู้ตัวก็ได้ ลองไปเช็คไฟล์ดู หรือใช้ เครื่องมือทดสอบ robots.txt ของ Google ที่มีให้ใช้งานใน Google Search Console https://www.google.com/webmasters/tools/robots-testing-tool  โดยคุณสามารถทำได้ตามนี้  https://support.google.com/webmasters/answer/6062598?hl=en

ในกรณีที่คุณต้องการเปิดให้ Google Bot เข้าไปเก็บข้อมูลได้ทุกหน้าของเว็บไซต์ของคุณ คุณสามารุใช้บริการเว็บที่ใช้ในการเขียนไฟล์ robots.txt ซึ่งสามารถค้นหาได้ในก็เกิลเองด้วยคำค้นว่า robots.txt Generator ซึ่งจะมีช่องให้คุณกรอกข้อมูลว่า ให้เก็บข้อมูลอะไรได้บ้าง อนุญาตให้บอทตัวไหนเข้ามาเก็บได้บ้าง เป็นต้น



Internet marketing คืออะไร ช่วยให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้อย่างไร

June 25, 2019

Internet marketing คืออะไร เราอาจจะคุ้นหูเหลือเกินกับคำนี้ โดยจริงๆแล้วลึกๆนั้นเราไม่รู้เลยว่าของเขตของคำว่า อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งนั้นมันจะหมายถึงอะไรได้บ้าง มันครอบคลุมได้ถึงไหนบ้าง และมันจะช่วยให้ธุรกิจของคุณดีขึ้นได้อย่างไร


คำว่า Internet Marketing คือ การนำเอาสินค้าบริการ หรือแบรนด์ มาเข้าสู่อินเตอร์เน็ต โดยวิธีการต่างๆเพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดที่เครือข่ายอินเตอร์เน็ตจะให้เราได้ โดยในปัจจุบันนี้ภาคธุรกิจทั้งหลายต่างใช้  การตลาดออนไลน์ในการขายสินค้าและบริการด้วย 2 สาเหตุคือ

1. เป็นช่องทางการตลาดที่คุ้มค่า

2.แนวโน้มการบริโภคสื่อกำลังเคลื่อนเข้าหาอินเทอร์เน็ต ดังนั้นคุณจึงสามารถติดต่อกับคนจำนวนมากได้โดยการใช้สื่อออนไลน์

เอาหละหลังจากทราบถึงความหมายแล้วเรามา ดูวิธีการทำงานบน อินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง แบบต่างๆกัน

Search Engine Optimization 


หรือการทำ SEO นั้นเป็นช่องทางในการโปรโมทเว็บไซต์ให้เข้าถึงผู้คนจำนวนมาก หรือลูกค้าตามกลุ่มเป้าหมายของเราเพื่อให้เข้ามาสู่เว็บไซต์ของเราเพื่อทำการสั่งซื้อสินค้า หรือบริการต่างๆของเรา โดยการปรับแต่งเว็บไซต์ให้สามารถทำดันดับได้ดีบนผลการค้นหาที่เราต้องการนั้น ด้วยการทำการวิจัยคีย์เวิร์ดว่า คีย์เวิร์ด หรือคำค้นไหนที่เหมาะสมกับสินค้าหรือบริการของเรามากที่สุด เช่นเว็บไซต์ของเราขาย รองเท้าฟองน้ำ คำค้นที่เหมาะสมนั้นได้แก่ ขายรองเท้าฟองน้ำ,รองเท้าฟองน้ำราคาถูก,รองเท้าฟองน้ำดีที่สุด  โดยคำค้นดังกลาวจะนำไปสู่การขายหรือไม่นั้น เราจะต้องลอง วิเคราะห์ดูก่อนว่า เราควรที่จะเน้นหนักคีย์เวิร์ดใด หรือทั้งสามอันที่กล่าวมา เพราะว่า ยิ่งเราสามารถทำอันดับในคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องต่างๆมาก โอกาสขายได้ก็มีสูงมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

แต่ข้อเสียของการทำ SEO คือช้ามากโดยคุณอาจใช้เวลา 6-12 เดือนในการที่จะขึ้นไปในหน้าแรกได้ หากเว็บไซต์ของคุณได้รับการปรับแต่งที่ถูกต้องและมีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์มากกว่าเว็บไซต์ของคู่แข่ง โดยการทำ SEO ไม่มีทางลัดเด็ดขาดถ้าใครมาบอกคุณว่าสามารถทำให้เว็บไซต์ของคุณขึ้นหน้าแรกภายใน 1 สัปดาห์นั้นแสดงว่าเขาอาจจะใช้เทคนิคในการทำ SEO ที่ไม่เหมาะสมหรือการโกงนั่นเอง โดยวิธีดังกล่าวจะทำให้เว็บไซต์ทำอันดับได้รวดเร็ว และลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน และจะส่งผลเสียระยะยาวกับ เว็บไซต์ของคุณแน่นอน จนอาจจะทำให้เว็บไซต์ของคุณไม่สามารถค้นหาเจอบนอินเตอร์เน็ตได้เลย แต่ข้อดีคือถ้าเว็บไซต์ของคุณมีการอัปเดทเนื้อหาที่มีคุณภาพสูงสุดต่อ เนื่องเว็บไซต์ของคุณก็จะสามารรักษาอันดับไว้ได้นาน 3-10 ปีเลยทีเดียว เรียกว่ากินยาวๆเลยนั่นเอง นอกจากนั้นยังดีต่อแบรนด์ของคุณอีกด้วยเพราะเวลาถึง 3 ปีนั้นจะทำให้คนรู้จักคุณไม่น้อยเลยดังนั้นดีมากที่สุดสำหรับแบรนด์ และเป็นช่องทางในการทำอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งที่เราแนะนำมากที่สุดในตอนนี้

คุณอาจจะสนใจบทความ SEO Guide ในปี 2019 ที่คุณต้องรู้

Social Media Marketing


นี่ก็เป็นช่องทางที่ดีในการที่จะทำการตลาดอินเตอร์เน็ต ด้วยการใช้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook และ Instagram ในการโปรโมทสินค้าและบริการของเราผ่านช่องทางดังกล่าวแต่การที่จะเข้าถึงลูกค้าจำนวนมากนั้นคุณจะต้องใช้เวลาและเนื้อหาที่โดเด่นจนทำให้เกิดเป็นไวรัลแล้วการหาผู้ติดตามนั้นก็จะเป็นช่องทางหนึ่งในการที่จะสร้างตัวตนบนโลกโซเชียล โดยในตอนแรกๆคุณอาจจำเป็นจะต้องซื้อโฆษณา เพื่อเพิ่มจำนวนคนติดตามดังกล่าว ซึ่งไม่ใช่ทุกธุรกิจที่จะเหมาะกับการใช้โซเชียลมีเดียและช่องทางการใช้งานดังกล่าวก็เปลี่ยนแปลงทุกวัน ไม่ค่อยที่จะยั่งยืนฉาบฉวยเกินไป ถ้าคุณสนใจ หรือรับได้เราก็เห็นด้วยจริงๆแต่ไม่แนะนำให้ใช้เป็นช่องทางหลัก เพราะว่ากระแสโซเชียลมีเดียไปเร็วมาเร็ว คุณไม่สามารถสร้างคอนเท้นต์ดีๆได้ตลอดเวลานั่นเองทำให้ช่องทางนี้ ไม่ค่อยมั่นคงเท่าไร

คุณอาจจะสนใจบทความ การทำ SEO สำหรับ Facebook Fan page เบื้องต้นใครๆก็ทำได้

Email Marketing


คนเราใช้อีเมล์ในการติดต่อสื่อสารกันในเรื่องสำคัญต่างๆ ดังนั้นช่องทางอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งด้วยอีเมล์นั้นก็ยังใช้ได้ดีกว่า แต่ก็ต้องดูให้ดีในการส่งอีเมล์เพราะว่าอีเมล์ที่คุณส่งไปเสนอ หรือโปรโมทนั้นถ้าเข้าข่าย สแปมแล้วละก็ระบบคัดกรองต่างๆของผู้ให้บริการเองก็จะเอาเมล์ที่คุณสร้างขึ้นมาไปใส่ไว้ในนั้น ดังนั้นควรพิจารณาให้ดีก่อนทำการทำการตลาดด้วยวิธีดังกล่าว โดยคุณจะสามารถส่งอะไรได้บ้างให้กับลูกค้าผ่านช่องทางนี้ อาจจะเป็นโปรโมชั่นลดราคา หรือบทความดีๆที่ผู้รับเห็นต้องเปิดอ่านทันทีเป็นต้น

Paid Advertising


การลงโฆษณาแบบจ่ายเงิน เป็นวิธีการอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้งที่ง่าย และรวดเร็วแต่มีข้อเสียคือต้องจ่ายเงินให้ผู้ให้บริการโฆษณาโดยการบิดราคาผู้ที่ให้ราคาสูงสุดก็จะได้การแสดงผลไป แต่ถ้าเราหยุดจ่ายเงินให้ผู้บริการโฆษณานั่นก็คือหยุดทุกสิ่งอย่าง ไม่มี ทราฟฟิคเข้ามาซึ่งในบางครั้งการลงโฆษณาอาจจะไม่ได้กำไร หรือถ้าเลือกบิดในคีย์เวิร์ดที่ถูกคีย์เวิร์ดทองคำ มีคนแข่งบิดน้อยมากก็ถือว่าประสบผลสำเร็จ แอบกินยาวๆได้ แต่กว่าที่จะเจอก็น่าจะต้องลงทุนไปเยอะพอสมควรขนาดที่ว่าจ้างทำ SEO ได้หลายคีย์เวิร์ดเลยทีเดียวโดยผู้ให้บริการหลักๆเลยก็มี Google Adwords Facebook Ads เป็นต้น

Predictive Analytics and Big Data


การวิเคราะห์ข้อมูล และการใช้ Big Data ในการวางแผนที่จะทำอะไรสักอย่างบนอินเตอร์เน็ต ด้วยการวิเคราห์ข้อมูลดิบที่ได้แล้วนำมาทำการเลือกกลุ่มเป้าหมาย สินค้า และบริการ โดยการดูจากข้อมูลหลายๆด้านประกอบกัน เพื่อที่จะเรียนรู้พฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อการวางแผนการตลาดต่อไป

Content Marketing


เป็นการนำเสนอคอนเท้นต์ที่เข้าถึงผู้รับให้กลายมาเป็นลูกค้าแบบเนียนๆโดยการนำเสนอกิจกรรมต่างๆให้กับลูกค้าเข้ามาร่วมกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการประกวด การทายปัญหา ซึ่งทำให้ลูกค้านั้นรู้จักแบรนด์ของคุณและ ชื่นชอบในแบรนด์ของคุณมากขึ้นด้วย

Affiliate Marketing


คือการให้ค่าคอมมิสชั่นสำหรับคนที่แนะนำลูกค้ามาซื้อสินค้า หรือบริการของคุณ โดยคุณอาจจะให้ค่าตอบแทนเขาเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อการแนะนำลูกค้า หรือจากการขายสินค้าหรือบริการให้กับคุณ อาจจะให้ตั้งแต่ 3-8 % ตามความเหมาะสมซึ่งวิธีนี้ในต่างประเทศเป็นที่นิยมมาก

Video Marketing 


เป็นวิธีที่นิยมในปัจจุบันมากเพราะว่าการเข้าถึงภาพและวีดีโอนั้นทำให้คนเข้าใจได้ง่าย มีความบันเทิงแฝงไปด้วยการขายสินค้า หรือแบรนด์แบบเนียนและเป็นที่จดจำมากกว่าวิธีอื่นๆในปัจจุบันสามารถสร้างได้ง่าย ด้วยสมาร์ตโฟนเพียงเครื่องเดียวก็สามารถสร้างสรรค์งานวีดีโอได้แล้ว

จากข้อมูลในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่ามีช่องทางมากมายในการที่จะเข้าถึงลูกค้าผ่านช่องทางอินเตอร์เน็ตมาร์เก็ตติ้ง ดังนั้นการที่จะเลือกสักวิธี ในการที่จะเข้าถึงลูกค้า หรือหลายวิธีพร้อมๆกันนั้นก็สามารถทำได้ โดยต้องดูว่าวิธีไหนได้ผลดีที่สุดแล้วก็มุ่งไปใช้วิธีนั้นในการทำ Internet marketing และก็ต้องมีการใช้วิธีอื่นร่วมด้วย

รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น สำหรับภาคธุรกิจร้านค้าและธุรกิจให้บริการ ต่างๆในจังหวัดขอนแก่น

June 13, 2019

รับทำเว็บไซต์ ขอนแก่น สำหรับภาคธุรกิจร้านค้า และธุรกิจให้บริการ ต่างๆในจังหวัดขอนแก่น ด้วยระบบเว็บไซต์ สำเร็จรูป Wordpress ระบบจัดการเว็บไซต์ยอดนิยมระดับโลกที่มีการใช้งานในการทำเว็บไซต์ ถึง 74.6 ในปี 2017 โดยจะพบว่าเว็บไซต์จำนวน 100 เว็บจะมีการใช้งานระบบ CMS เวิร์ดเพรสนี่ถึง 48 เว็บเลยทีเดียว



ทำไมต้องมีเว็บไซต์ มีเว็บไซต์แล้วได้อะไร


ถ้าคุณกำลังสร้างธุรกิจ หรือมีธุรกิจอยู่แล้วแต่ยังไม่มีเว็บไซต์นั้นในปัจจุบันนี้การใช้งานอินเตอร์เน็ตได้มีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของคนเรามาก เหมือนเมื่อก่อนที่เรามีทีวีเป็นเครื่องมือในการรับข้อมูล เพียงอย่างเดียวแต่ในปัจจุบันนี้เรามีอินเตอร์เน็ต ที่ทำให้เรานั้นสามารถเป็นผู้รับข้อมูล และเป็นผู้ให้ข้อมูล คุณจะเห็นได้ว่าทีวีในปัจจุบันนี้เรามีการรับชมลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะข่าวสารทางทีวี ซึ่งในปัจจุบันนี้ข่าวช้ากว่าข่าวสารทางอินเตอร์เน็ตมาก ในอินเตอร์เน็ตข่าวสารแทบจะ อัปเดทกันเป็นวินาทีเลยทีเดียว  ดังนั้นในยุคปัจจุบันนี้คุณจึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องตามให้ทันเทคโนโลยี ถ้าไม่อยากถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
 ทำไมต้องมีเว็บไซต์ ในปัจจุบันนี้คนใช้งานเว็บไซต์นั้นเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยพวกเขาใช้ในการค้นหาข้อมูลต่างๆเช่นค้นหาสินค้าและบริการ ที่พวกเขาต้องการเช่นเราต้องการที่จะไปกินข้าวร้านอาหารที่อร่อยๆขอนแก่น เราต้องค้นหาข้อมูลว่าร้านไหนน่าไปกินบ้าง ในร้านอาหารนั้นมีเมนูอะไรเด็ด ร้านนั้นเปิดตอนไหน ตั้งอยู่ที่ไหนในจังหวัดขอนแก่น และคนอื่นทำการรีวิวหรือ กล่าวถึงร้านนี้อย่างไร น่าไปลองกินดูไหม เป็นต้นข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราตัดสินใจในการที่จะไปกินข้าวร้านนั้นๆ

เว็บไซต์ของเราก็เช่นกันถ้าเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง มีข้อมูลสินค้าหรือบริการต่างๆของเราบนเว็บไซต์เพื่อโชว์ให้ลูกค้าได้เห็น มีสถานที่ตั้ง มีข้อมูลของร้านของเราว่าเปิดบริการตอนไหน เวลาไหน การเดินทางมายังร้านของเราได้ตามเส้นทางใดจะสะดวกที่สุด นี่เป็นข้อมูลทีเราสามารถให้กับลูกค้าของเราได้ พอลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้โอกาสที่เราจะขายสินค้า และบริการของเรานั้นก็จะตามมาอย่างแน่นอน

นอกจากจะช่วยให้คุณนั้นสามารถขายสินค้า และบริการผ่านทางเว็บไซต์ได้แล้วคุณยังสามารถสร้างความน่าเชื่อถือให้กับร้านค้าของคุณได้ด้วยเว็บไซต์โดยการสร้างเนื้อหาเกี่ยวกับร้านค้าของเราด้วยอาจจะเป็นการกล่าวถึงประวัติการบริการของเราเช่น ร้านของเราไดให้บริการมาครบ 100 ปีแล้ว โดยก่อตั้งเมื่อปี 2462 โดยอากง เป็นผู้ก่อตั้ง เมื่อผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์ของเราและได้อ่านถึงประวัติความเป็นมาดังกล่าว ลูกค้าจะเกิดความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการของเราว่า เราเป็นผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆจริงๆ นั่นเอง และก็จะใช้ข้อมูลดังกล่าวในการที่จะตัดสินใจซื้อสินค้า หรือบริการของเราได้เป็นต้น

คู่แข่งทางธุรกิจของคุณเขาก็มีเว็บไซต์ ทำไมคุณถึงไม่มี


ธุรกิจในปัจจุบันนี้ทุกธุรกิจล้วนมีคู่แข่งทั้งหมด ไม่มีธุรกิจไหนเลยที่ไม่มีคู่แข่งในขณะที่คุณกำลังดำเนินธุรกิจอยู่ คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวว่าคู่แข่งของคุณนั้นได้มีเว็บไซต์แล้ว และเว็บไซต์ของพวกเขาเหล่านั้นกำลังเปิดโอกาสการเข้าถึงทางธุรกิจให้พวกเขาอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงต่อวัน 7 วันต่อสัปดาห์ โดยเว็บไซต์ไม่มีวันหยุดเว็บไซต์จะเปิดบริการให้ข้อมูลต่างๆกับลูกค้าของคุณตลอดเวลา ในขณะที่คู่แข่งของคุณกำลังให้ข้อมูลสินค้าและบริการของพวกเขาผ่านเว็บไซต์อยู่นั้น แล้วคุณทำอะไรอยู่คุณอาจจะกำลังนั่งรอลูกค้าอยู่ที่ร้านให้เดินผ่านมาซื้อสินค้าอยู่ใช่หรือไม่ ในขณะที่คู่แข่งของคุณนั้นกำลังเรียกลูกค้าด้วยช่องทางอื่นๆด้วย ไม่ว่าจะเป็นโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ของพวกเขา ด้วยการลงโฆษณาออนไลน์ การทำ SEO เพื่อเรียกคนเข้าเว็บเพื่อซื้อสินค้าและบริการ ของพวกเขาและคู่แข่งของคุณกำลังแย่งลูกค้าของคุณไปเรื่อยๆโดยที่คุณไม่รู้ตัว

ข้อดีของการมีเว็บไซต์


คุณอาจจะมองไม่เห็นภาพมากนักเดี๋ยวเราจะอธิบายข้อดีเป็นข้องๆว่าทำไมคุณถึงจำเป็นต้องมีเว็บไซต์สำหรับธุรกิจของคุณ

1.เว็บไซต์มีการเปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมงไม่มีการปิด โดยเว็บไซต์จะเป็นหน้าร้านออนไลน์ให้กับคุณทำให้คุณสามารถขายสินค้าได้ตลอดเวลา ตราบใดที่เว็บไซต์ของคุณยังเปิดให้บริการอยู่

2.ให้ลูกค้าจำนวนมากเข้าถึงร้านค้า เพื่อซื้อสินค้าและบริการของคุณได้ผ่านทางเว็บไซต์ของคุณโดยทำให้คุณสามารถเพิ่มลูกค้าจากจังหวัดอื่นๆ ภายในประเทศที่มีความสนใจในสินค้าของคุณได้อย่างง่ายดายผ่านทางเว็บไซต์ของคุณ

3.สร้างแบรนด์ และความน่าเชื่อถือในสินค้าและบริการของคุณผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อลูกค้าเห็นว่าคุณมีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง พวกเขาก็จะเกิดความเชื่อถือในสินค้า และ บริการของคุณว่ามีร้านค้าจริง มีสินค้าจริง ไม่หลอกลวงแน่นอน

4.โปรโมทสินค้าและบริการของคุณ ได้รวดเร็วเช่นในกรณีที่คุณมีการเพิ่มสินค้าหรือบริการใหม่ๆ ในร้านค้าของคุณคุณก็สามารถนำไปเสนอให้กับลูกค้าได้รับทราบทันทีที่หน้าเว็บไซต์ของคุณ โดยวิธีดังกล่าวนั้นสามารถทำให้เข้าถึงลูกค้าได้อย่างรวดเร็วมากกว่าการติดป้ายประกาศหน้าร้าน





การทำ SEO สำหรับ Facebook Fan page เบื้องต้นใครๆก็ทำได้

May 30, 2019

การทำ SEO สำหรับ Facebook Fan page เบื้องต้นใครๆก็ทำได้ แฟนเพจบน เฟซบุคสามารถทำ SEO ได้ไหมทำอันดับได้ดีหรือเปล่า หรือแฟนเพจขายของ แฟนเพจของบริษัทสามารถดันอันดับให้ไปอยู่หน้าแรกในคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้หรือไม่นั้น ขอตอบว่าได้นะครับ และยังทำ SEO ได้ง่ายและรวดเร็วกว่าเว็บไซต์อีกด้วย
เพราะว่า Authority ของเว็บ Facebook.com นั้นสูงมากนั่นเอง การเขียนบทความดีๆสัก 2- 3 บทความและปรับแต่งอีกนิดหน่อยเท่านั้นแฟนเพจของคุณก็พร้อมที่จะพุ่งทะยานขึ้นสู่หน้าแรก ในอันดับต้นๆของผลการค้นหาที่คุณต้องการได้แล้ว แต่ถามว่าทำอย่างไร วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีทำ SEO ให้กับ Facebook Fan page ของคุณกัน



การปรับแต่ง Facebook fan เบื้องต้นเพื่อช่วยในด้าน SEO


     1.การตั้งชื่อแฟนเพจควรใช้ชื่อที่มีคีย์เวิร์ดที่เราค้องการทำอันดับ อยู่ในนั้นเช่น เราต้องการที่จะทำอันดับในคีย์เวิร์ดคำว่า รับ ทำ เพจ ชื่อแฟนเพจเราควรที่จะมีคำว่า รับ ทำ เพจ อยู่ในชื่อแฟนเพจของเราดังนั้นเราควรตั้งชื่อเพจของเราว่า รับ ทำ เพจ ขอนแก่น ซึ่งมีการเพิ่มคีย์เวิร์ดท้องถิ่นเข้ามาด้วยเพื่อให้สามารถเลือกกลุ่มเป้าหมายให้ตรงกับที่คุณต้องการ

     2.เลือก url ของแฟนเพจที่ดีง่ายต่อการจดจำ และสื่อถึงชื้อแฟนเพจของเราใน url นั้นเช่น https://www.facebook.com/pagekhonkaen และควรใช้ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์เล็กเท่านั้น

     3.ใส่รายละเอียดในหน้า About ให้ครบทุกช่อง และมีการใส่คีย์เวิร์ดที่เราจะใช้อยู่ในนั้นด้วย โดยเฉพาะในช่อง About section, Mission, and Company Description นั้นจะเป็นมาก

     4.ใส่ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเว็บไซต์ของคุณให้ครบ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับเพจของคุณ

     5.มีการทำลิงค์จากเว็บไซต์ของคุณมายังแฟนเพจของคุณ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมโยง และความเกี่ยวข้องกันระหว่าเว็บเพจ และ แฟนเพจของคุณ

     6.การโพสในแฟนเพจของคุณต้องมีคำอธิบายที่ยาวพอสมควรและใน 18 คำแรกควรมีการสรุปใจความให้ดี และมีการใส่คีย์เวิร์ดเข้าไปในนั้นด้วย

7.ควรมีการอัปเดทแฟนเพจอย่างต่อเนื่องเละเป็นประจำ พยายามสร้างแบรนด์ให้เป็นที่จดจำให้มากกว่าการได้ยอดไลค์ ยอดแชร์

สรุปการทำ SEO สำหรับแฟนเพจทำได้ง่ายๆใครๆที่ทำเพจอยู่แล้วก็สามารถทำได้แต่ก็ควรระวังการทำ Over SEO ด้วยเพราะนอกจากแฟนเพจจะไม่สามารถทำอันดับที่ดีได้แล้ว อาจจะเป็นการสร้างปัญหาให้กับแฟนเพจของคุณอีกด้วย เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับบทความการทำ SEO ของเรา ผมหวังว่าเทคนิคเหล่านี้จะช่วยให้ท่านผู้อ่านนั้นสามรถเข้าใจและนำไปใช้ในการปรับแต่งหน้าแฟนเพจของตัวเองได้ อย่างลืมกดไลค์ กดแชร์เพื่อเป็นกำลังใจให้ผมออกบทความดีๆเกี่ยวกับเทคนิคการทำ Search Engine Optimization มาให้คุณๆได้อ่านอีกนะครับ ด้วยความระลึกถึง  นิรันต์ กาศรี

Google จะอินเด็กซ์ เว็บที่รองรับสมาร์ตโฟนก่อน

May 28, 2019

      Google จะเริ่มทำการอินเด็กซ์เว็บที่รองรับการใช้งานโดยมือถือก่อนสำหรับโดเมนใหม่ที่เพิ่งถูกจดทะเบียน โดยดีเดย์ในวันที่ 1 กรกฎาคม 2019 หลังจากที่ได้ทำการวางแผนไว้เมื่อปีที่แล้ว แสดงว่าในตอนนี้หากคุณกำลังเริ่มจะสร้างเว็บใหม่ คุณจะต้อเริ่มคำถึงถึงการออกแบบเทมเพลตหรือธีมสำหรับเว็บไซต์กันใหม่แล้วหละครับ แล้วก็อย่าลืมใส่ข้อมูลที่มีโครงสร้าง หรือ structured site snippets ด้วยเพราะว่าการที่จะทำอันดับด้วย snippets นั้นได้เพิ่ม CTR ให้กับเว็บไซต์ของคุณมากกว่าที่ไม่มี ตามที่มีรายงานพบว่าค่า CTR เพิ่มขึ้นถึง 26 เปอร์เซ็นต์เลยนะเออ และนอกจากนั้นคุณสามารถอยู่หน้าแรกได้ โดยที่ไม่ได้อยู่หน้าแรก งงไหมถ้าสนใจการทำงานของเจ้า rich snippets นี่ละก็กดติดตามไว้บทความเกี่ยวกับมันมีในเว็บไซต์ของเราแน่นอน เร็วๆนี้


รองรับสมาร์ตโฟน

     กลับมาที่เรื่องทำเว็บไซต์ให้รองรับมือถือต่อ จะเห็นได้ว่ากูเกิลพยายามผลักดันให้เว็บไซต์นั้นรองรับการใช้งานในมือถือตั้งแต่ปี 2016 ที่ผ่านมาเพราะได้เล็งเห็นถึงแนวโน้มปริมาณการใช้งานผ่านอุปกรณ์มือถือ และพร้อมกับการขยายตัวของตลาดสมาร์ตโฟนที่ใครๆก็สามารถเข้าถึง และครอบครองได้ในราคาที่ไม่สูงนัก

     แล้วจะทำให้เว็บไซต์รองรับอุปกรณ์สมาร์ตโฟนได้อย่างไร และส่งผลดีต่อการทำ SEO อย่างไรสำหรับเว็บไซต์ที่สร้างด้วยระบบ CMS อย่างเวิร์ดเพรสที่สามารถเปลี่ยเทมเพลตหรือเรียกว่าธีมนั้น เทมเพลตรุ่นใหม่ๆในปัจจุบันนี้รองรับมือถือกันหมดแล้ว และการใช้งานนั้นไม่ยุ่งยากเลย เพียงดาวน์โหลดมาแล้วทำการติดตั้งลงไปใน Wordpress เท่านี้คุณก็จะมีเว็บไซต์ที่รองรับสมาร์ตโฟนไว้ใช้งานแล้ว สำหรับเว็บไซต์ที่เขียนเองคุณต้องใช้เวลาในการพัฒนาเท็มเพลตให้รองรับพอสมควรดังนั้นผมแนะนำให้คุณหันมาใช้งานเวิร์ดเพรสกันนะครับ สะดวกและใช้งานง่ายมากๆ

      นอกจากทำให้เว็บรองรับอุปกรณ์มือถือแล้วยังไม่เพียงพอ การทำให้เว็บไซต์ของเรารองรับ AMP นั้นก็มีความสำคัญด้วยเช่นกันเพราะกูเกิลเองก็ได้ออกมาบอกว่าหากมีการค้นหาจากโทรศัพท์มือถือ ทางกูเกิลจะแสดงผลการค้นหาจากเวอร์ชั่นที่เป็น AMP ก่อนคือจริงๆก็คือจะลัดคิวให้กับผลการค้นหาที่รองรับ  Accelerated Mobile Pages ก่อนนั่งเองเริ่มเห็นลู่ทางกันหรือยัง

     ในอนาคตนั้นเว็บไซต์ที่มีเวอร์ชั่น AMP จะทำอันดับได้ดีกว่าเว็บไซต์ที่ไม่รองรับดังนั้นคุณน่าจะเริ่มศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานได้แล้วนะ จริงๆแล้ว กูเกิลได้เริ่มประกาศรองรับ AMP ไปเมื่อปี2018 นี่เองยังมีเวลาปรับตัวอีกนิดหนึ่งสำหรับท่านที่เริ่มสนใจข้อมูลเกี่ยวกับ AMP สามารถเรียนรู้และศึกษาข้อมูลทั้งหมดได้ที่  amp.dev โดยจะมีเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องให้ศึกษา และมีตัวอย่างซอร์สโค้ดที่ให้คุณสามารถนำไปปรับใช้บนเว็บไซต์ของคุณได้สะดวกมากขึ้นด้วย

     สำหรับบทความนี้ท่านมีความคิดเห็นอย่างไรสามารถแสดงความเห็นได้ครับผมเองอาจจะเข้าใจแต่ก็อาจจะไม่หมดจะได้มาเสริมกัน หรือถ้าเห็นว่าบทความนี้มีประโยชน์ก็อย่าลืมกดไลค์ กดแชร์ให้ด้วยแล้วกันถือว่าขอกันตรงๆ 555+เอาเป็นว่าในวันนี้เอาไว้เท่านี้ก่อนแล้วค่อยพบกันในบทความหน้า




3 ข้อ SEO ทิปส์การเรียกคนเข้าเว็บ

May 18, 2019

SEO ทิปส์ การเรียกคนเข้ามายังเว็บไซต์ของเรา

การสร้างเว็บไซต์ให้ดีแล้ว หลายคนอาจประสปปัญหาว่าทำไมเว็บไซต์ของเรามีผู้เข้ามาเยี่มชมน้อยมาก นอกจากการทำเว็บไซต์ที่ดีแล้ว การปรับแต่งเว็บไซต์ให้ดี ให้ตรงตามหลักการ SEO หรือ Search Engine Optimization นั้นก็สำคัญไม่แพ้กันโดยแน่นอนอยู่แล้วว่าคุณอาจจะมีเนื้อหาที่ดีเยี่ยม แต่บทความหรือเนื้อหาที่ดีเยี่ยมอาจไม่มีประโยชน์มากนักถ้ามันไม่ได้รับการเผยแพร่ไปสู่สายตาของผู้คน



วันนี้เราจะมานำเสนอวิธีในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ของคุณเพื่อเพิ่มจำนวนผู้เยี่มชมเว็บไซต์ของคุณให้มากขึ้นกว่าเดิม

3 ข้อง่ายๆในการเริ่มทำ SEO สำหรับเว็บไซต์ของคุณ


  1. เขียนบล็อก หรือบทความบนเว็บไซต์ของคุณ โดยเขียนบทความที่อยู่ในหัวข้อเดียวกันกับเนื้อหา หรือสินค้าที่เว็บไซต์คุณขาย เช่นเว็บคุณขายเครื่องสำอางค์ ก็ควรที่จะเขียนบทความในหัวข้อดังกล่าว หรือมีการรีวิวสินค้าของคุณผ่านทางบทความที่อยู๋ในเว็บไซต์ของคุณ และจะต่องมีการเขียนบทความอย่างต่อเนื่อง อย่างน้อยๆ เดือนละ 2-3 บทความ โดยบทความจะต้องเขียนให้น่าอ่าน ข้อมูลน่าเชื่อถือ และ มีความยาวอย่างน้อย 1200 ตัวอักษรจะดีที่สุด
  2. มีการนำเสนอจากหลายสื่อ ไม่ว่าจะเป็น คอนเท้นต์จกาวีดีโอ รูปภาพอินโฟกราฟฟิค พอดแคส ที่มีความสดใหม่หรือ สร้างแบรนด์ให้กับเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่รู้จักผ่านหลายๆช่องทาง อย่างเช่น โซเชี่ยลมีเดียต่าง FB ,Twitter ,Youtube, Line, หรือแม้กระทั่งการจัดงานอีเว้นต์ก็เป็นการช่วยในด้าน SEO ด้วย
  3. ทำเว็บไซต์ให้รองรับมือถือ และง่ายต่อการเข้าไปใช้งาน โดยข้อนี้สำคัณมากและเป็นหัวใจหลักของทั้งหมด 3 ข้อ การวางแผนโครงสร้างเว็บไซต์ที่ดี ก่อนการเริ่มเปิดตัวเว็บไซต์นั้น เป็นหนึ่งในสิ่งแรกๆที่จะต้องทำโดยเว็บไซต์ของคุณจะต้องมีความเข้าใจง่าย เมนูเข้าในง่าย ไม่ซับซ้อน มีการวงลิ้งค์ต่างๆในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งส่วนนี้เป็นการวงาแผนใชเชิงเทคนิค คุณจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาในด้าน SEO เพื่อที่จะเข้ามาให้คำแนะนำบางส่วนหากคุณไม่ถนัดในส่วนนี้


Popular Posts

Featured Post

SEO คืออะไร ?

SEO คืออะไร ? SEO ย่อมาจาก (Search engine optimization) คือการปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ เซิร์จเอนจิ้น เพื่อเพิ่มอันดับผลการค้นหาของเว...